ผู้เขียน หัวข้อ: พะยอม 7-34190-001-001  (อ่าน 468 ครั้ง)

ออฟไลน์ กัญชพร ตันแก้ว

  • Administrator
  • มือสมัครเล่น
  • *****
  • กระทู้: 18
    • ดูรายละเอียด
พะยอม 7-34190-001-001
« เมื่อ: 25 มิถุนายน 2013, 23:16:10 pm »
สรุปลักษณะและข้อมูลพรรณไม้
(สรุปลักษณะและข้อมูลพรรณไม้ ตั้งแต่หน้า 2-7 และข้อมูลพื้นบ้านหน้า 1 ในลักษณะเรียงความบรรยายพรรณไม้ )
ชื่อพันธุ์ไม้……..พะยอม………….…รหัสพรรณไม้  7-34190-001-001
ไม้ต้น  อยู่กลางแจ้ง สูง 25 เมตร  ทรงพุ่มรูปกลม  กว้าง 15  เมตร  ลำต้น เหนือดิน ตั้งตรงได้เอง  ผิวขรุขระ แตกร่องและเป็นสะเก็ดหนา  เปลือกนอกเปลือกสีเทาคล้ำ เปลือกในสีน้ำตาลแกมเหลือง มีเส้นสีน้ำตาลแก่แซม  มี ยางมี สีเหลือง  ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบอ่อนสีเขียวอ่อนเกือบเหลือง ใบแก่ด้านบนสีเขียว ด้านล่างสีเขียวหม่น ผิวใบเกลี้ยงถึงมีขนนุ่มทางด้านล่าง รูปขอบขนาน ถึงรูปรีแกมรูปขอบขนาน    กว้าง 3.5-6.5 ซม. ยาว 8-15 ซม. ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ  ดอกช่อกระจุกแยกแขนง ออกดอกที่ ซอกใบ กลีบเลี้ยง แยกจากกัน 5 กลีบ สีเขียวอ่อน  กลีบดอกแยกกัน  5กลีบ สีขาว เรียงเวียนกันแบบกังหัน  เกสรตัวผู้  15 อันสีเหลือง เกสรเพศเมีย 1 อัน สีเขียวอ่อนรังไข่อยู่ใต้วงกลีบ  มีกลิ่นหอมจัด ผลเดี่ยว ผลแห้งกลมรี ถึงรูปไข่ ปลายแหลม  ผลอ่อนสีเขียวอ่อน ปีกสีเหลือง  ผลแก่สีน้ำตาล กว้างประมาณ 1.2 ซม. ยาว ประมาณ 1.5 ซม. มีปีกยาว 3 ปีก และปีกสั้น 2 ปีก มี 1 เมล็ด

   เนื้อไม้ สีเหลืองอ่อนถึงน้ำตาล ใช้ก่อสร้างทั่วไป  เปลือกมีรสฝาด ใช้ปรุงเป็นยาสมานลำไส้ แก้ท้องเดิน ดอกปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้ลม บำรุงหัวใจ ชันใช้ผสมน้ำมันทาไม้ และยาแนวเรือ

พะยอม
ชื่อวิทยาศาสตร์   Shorea roxburghii G. Don
วงศ์  DIPTEROCARPACEAE
ชื่ออื่น       กะยอม (เชียงใหม่) ขะยอม (ลาว)
ขะยอมดง พะยอมดง (ภาคเหนือ)
 ยางหยวก (น่าน) เชียง เซียว (กะเหรี่ยง เชียงใหม่)
 พะยอมทอง (สุราษฎร์ธานี ปราจีนบุรี)
 แคน (เลย)
ชื่อสามัญ    White Meranti
ลักษณะวิสัย  เป็นไม้ต้น ผลัดใบ สูง 20–30 ม.
เรือนยอดเป็นพุ่มกลม       
 ลำต้นเปลาตรง เปลือกสีเทาคล้ำ แตกร่องและเป็นสะเก็ดหนา
เปลือกในสีน้ำตาลแกมเหลือง มีเส้นสีน้ำตาลแก่แซม
ใบ เดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปขอบขนาน ถึงรูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 3.5–6 ซม. ยาว 9–13 ซม. ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบมน ผิวใบเกลี้ยงถึงมีขนนุ่มทางด้านล่าง เส้นแขนงใบ 14–16(–20) คู่ ก้านใบยาว 2–2.5 ซม.ดอก สีขาวนวล ถึงเหลืองอ่อน กลิ่นหอมแรง ออกเป็นช่อตามกิ่งและปลายกิ่ง
ผล กลมรี ถึงรูปไข่ ปลายแหลม กว้างประมาณ 1.2 ซม. ยาว ประมาณ 1.5 ซม. มีปีกยาว 3 ปีก และปีกสั้น 2 ปีก
การกระจายพันธุ์ในป่าเบญจพรรณแล้งและป่าดิบ ทั่วทุกภาคของประเทศ     ที่ความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 50–1,200 ม.ในต่างประเทศพบที่พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย
ออกดอกเดือนธันวาคม–เมษายน ผลแก่เดือนกุมภาพันธ์–พฤษภาคม   เนื้อไม้ สีเหลืองอ่อนถึงน้ำตาล ใช้ก่อสร้างทั่วไป เช่น เสา รอด ตง พื้น ฝา และไม้หมอนรถไฟ เป็นต้น เปลือกมีรสฝาด ใช้ปรุงเป็นยาสมานลำไส้ แก้ท้องเดิน ดอกปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้ลม บำรุงหัวใจ ชันใช้ผสมน้ำมันทาไม้ และยาแนวเรือ