แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - จิดาภรณ์ สดชื่น

หน้า: [1]
1
ไม้ล้มลุก / ผักปลัง รหัส 7-34190-001-165
« เมื่อ: 22 มิถุนายน 2013, 10:29:15 am »
ผักปลัง รหัส  7-34190-001-165
ชื่อวิทยาศาสตร์   Basella alba Linn
วงศ์                  BASELLACEAE
ชื่อสามัญ           Ceylon Spinach, East Indian Spinach, Malabar Nightshade
ชื่ออื่นๆ             ผักปลังแดง ผักปลังขาว ผักปลังใหญ่ (ภาคกลาง) ผักปั๋ง (ภาคเหนือ)
นิเวศวิทยา         ถิ่นกำเนิด อเมริกาเขตร้อน อาฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์  ไม้เถาสีเขียวอ่อนหรือสีม่วงแดงเนื้ออ่อนนุ่มรากขยายเป็นหัวสะสมอาหารใบเดี่ยวออกสลับรูปไข่หรือเกือบกลม กว้างและยาว4-12เซนติเมตรปลายค่อนข้างแหลมโคนรูปหัวใจเนื้อหนานุ่มดอกสีขาวหรือสีแดงคล้ำออกเป็นช่อสั้นตามซอกใบดอกย่อยไม่มีก้านกลีบเลี้ยง2กลีบกลีบดอก5กลีบไม่แผ่ออกและไม่ร่วงเมื่อดอกแก่เกสรตัวผู้5อันผลกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ0.5เซนติเมตร
ประโยชน์          -ราก แก้มือและเท้าด่าง แก้รังแค เถา แก้พิษฝีดาษ ใบแก้กลาก รับประทานเป็นผัก ดอก แก้เกลื้อน
                       -ดอก,ยอด,ใบอ่อนแกงเมืองรากแก้มือและเท้าด่างแก้รังแคเถาแก้พิษฝีดาษใบแก้กลาก
                       -ดอกแก้เกลื้อนใบช่วยขับปัสสาวะแก้ท้องผูก

2
กล้วยไม้ / เอื้องช้างกระ รหัส 7-34190-001-164
« เมื่อ: 22 มิถุนายน 2013, 10:28:19 am »
เอื้องช้างกระ รหัส 7-34190-001-164
ชื่อวิทยาศาสตร์  Rhynchostylis gigantea (Lindl.) Ridl.
วงศ์                 ORCHIDACEAE
      มีลักษณะ ใบหนา แข็ง ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร กว้างประมาณ 5-7 เซนติเมตร ปลายใบเป็นแฉก 2 แฉก มน และสองแฉกของใบไม่เท่ากัน รากเป็นรากอากาศ มีขนาดใหญ่ ปลายรากมีสีเขียว ช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอกโค้งลง ช่อดอกยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร มีดอกแน่นช่อ ช่อละ 25-60 ดอก ขนาดดอกประมาณ 2.5-3.0 เซนติเมตร กลีบนอกคู่ล่างกว้างยาวพอๆ กันกับกลีบนอกบน ส่วนกลีบในเรียวกว่ากลีบนอก เดือยดอกอยู่ในลักษณะเหยียดตรงไปข้างหน้า ปลายแผ่นปากหนา แข็งและปลายสองข้างเบนเข้าหากัน ปลายปากมี 3 แฉก สองแฉกข้างมน แฉกกลางมนและมีขนาดเล็กกว่ามาก ใกล้โคนปากด้านบนมีสันนูนเตี้ยๆ 2 สัน ดอกมีกลิ่นหอมฉุน หอมไกล และเป็นพันธุ์ไม้หายากชนิดหนึ่ง
ฤดูกาลออกดอกในช่วง เดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์













3
กล้วยไม้ / เอื้องแปรงสีฟัน รหัส 7-34190-001-163
« เมื่อ: 22 มิถุนายน 2013, 10:25:10 am »
เอื้องแปรงสีฟัน รหัส 7-34190-001-163
ชื่อวิทยาศาสตร์    Dendrobium secundum..(blume ) Lindl.
ชื่อสามัญ           Toothbrush orchid
ชื่ออื่นๆ   
           คองูเห่า หงอนไก่
              ลักษณะการให้ดอกของกล้วยไม้ชนิดนี้จะทิ้งใบก่อนออกดอก ลำลูกกล้วยยาวตรงเปรียบเสมือนด้ามแปรง ส่วนช่อดอกที่ส่วนปลายจะทำมุมป้านกับลำลูกกล้วยคงเหมือนกับบริเวณขนแปรงที่บีบยาสีฟัน ขนาดของช่อดอกที่บางต้นยาวถึงเกือบครึ่งฟุต
เอื้องแปรงสีฟันเป็นกล้วยไม้ที่มีดอกขนาดเล็ก แต่ต้นใหญ่ ใน 1 ช่อดอกจะประกอบด้วยดอกย่อยได้มากถึง 50-60 ดอก ถ้าปลูกกลางแจ้งจะให้ดอกสีชมพูเข้มจัด แต่ทั้งหมดนี้คงต้องขึ้นอยู่กับลักษณะทางพันธุกรรมสีด้วยเช่นกัน ลักษณะเผือกที่ผิวกลีบดอกย่อยเป็นสีขาวก็เป็นที่นิยมของผู้ปลูกเลี้ยงเช่นเดียวกัน ในป่าธรรมชาติของไทยพบกระจายเกือบทุกภาค สามารถพบที่เกาะติดต้นไม้ใหญ่ หรือขึ้นตามซอกหินที่มีอินทรียวัตถุอยู่บ้าง ทิ้งใบก่อนออกดอกทุกครั้ง
เอื้องแปรงสีฟันมีระบบรากกึ่งอากาศ การปลูกเลี้ยงจึงต้องใช้เครื่องปลูกเพื่อให้รากเกาะ อาจใช้ถ่านหุงข้าว กาบมะพร้าว หรือเกาะติดขอนไม้ หลังฤดูฝนจะค่อยๆ ทิ้งใบจนเหลือแต่ลำลูกกล้วยโด่เด่ อย่าตัดทิ้งนะครับ เพราะหลังปีใหม่มันจะแทงช่อดอกที่ปลายลำนั้น การให้ปุ๋ยและน้ำก็ปกติ เพียงลดปุ๋ยไนโตรเจนช่วงปลายฤดูฝนลงบ้าง

4
ไม้ต้น / มะหวด รหัส 7-34190-001-162
« เมื่อ: 22 มิถุนายน 2013, 10:23:49 am »
มะหวด รหัส 7-34190-001-162   
ชื่อวิทยาศาสตร์   Lepisanthes rubiginosa (Roxb.) Leenh
วงศ์                  Sapindaceae
ชื่ออื่น
              ซำ (ทั่วไป) หวดลาง สีฮอกน้อย (ภาคเหนือ) หวดคา มะหวดป่า (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ชันรุ มะหวดบาท มะหวดลิง (ภาคตะวันออกเฉียงใต้) กะซำ กำจำ กำซำ มะจำ นำซำ (ภาคใต้)
        มะหวดเป็นไม้ต้น สูงถึง 16 ม. เปลือกค่อนข้างเรียบ สีน้ำตาลถึงสีเทา ใบ ประกอบแบบขนนก เรียงสลับ มีใบย่อย 3–6(–9) คู่ เรียงตรงข้าม หรือเยื้องกัน บางครั้งสลับ แผ่นใบย่อยรูปไข่ ถึงรูปใบหอกแกมรูปไข่กลับ กว้าง 2–11 ซม. ยาว 4–30 ซม. ปลายป้านถึงเรียวแหลม โคนมนถึงรูปลิ่มกว้าง ผิวใบมีขนยาวประปรายทั้ง 2 ด้าน ดอก เล็ก สีขาวถึงเหลือง กลิ่นหอมหวาน ออกเป็นช่อตามปลายกิ่งและตามง่ามใบใกล้ยอด ช่อดอกยาวถึง 50 ซม. ผล กลม กว้างประมาณ 7–10 มม.. ยาวประมาณ 8–15 ซม. ฉ่ำน้ำ เมื่อสุกสีม่วงแดงถึงเกือบดำ
 -มะหวดมีการกระจายพันธุ์ในป่าเกือบทุกชนิดทั่วทุกภาคของประเทศ ที่ความสูงตั้งแต่ระดับทะเลปานกลางถึง 300(–1,200) ม. ในต่างประเทศพบที่จีนตอนใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และออสเตรเลีย ออกดอกเดือนพฤศจิกายน–เมษายน ผลแก่เดือนตุลาคม–เมษายน
- เนื้อไม้ใช้ก่อสร้าง ทำไม้ฟืนและด้ามเครื่องมือการเกษตร ใบอ่อนกินเป็นผัก ผลรสหวานอมเปรี้ยว กินได้ ใบผสมกับสมุนไพรอื่น ต้มน้ำดื่มแก้ซาง รากใช้แก้ไข้ แก้พิษฝีภายใน ตำพอกที่หัวแก้ไข้และโรคผิวหนัง เมล็ดแก้โรคไอหอบ ซางเด็ก

5
ไม้ต้น / ชำมะเรียง รหัส 7-34190-001-161
« เมื่อ: 22 มิถุนายน 2013, 10:22:36 am »
ชำมะเรียง รหัส 7-34190-001-161      
ชื่อวิทยาศาสตร์ Lepisanthes fruticosa (Roxb.)Leenh.
ชื่อพฤกษศาสตร์ Lepisanthes fruticosa ( Roxb.) Leenh 
วงศ์               SAPINDACEAE   
ชื่อสามัญ        Luna nut หรือ Chammaliang   
ชื่ออื่นๆ           ภาคกลาง ภาคใต้ เรียก ชำมะเลียงบ้าน พุมเรียง พุมเรียงสวน ตราดเรียก โคมเรียง ภาคเหนือ เรียก ผักเต้าและมะเถ้า ภาคอีสาน เรียก ภูเวียง
ถิ่นกำเนิด       ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
   ชำมะเลียงเป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 6 เมตร ใบ เรียงเวียนรอบกิ่ง ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อยรูปใบหอกแคบขอบขนาน โคนก้านแผ่เป็นแผ่นคล้ายหูใบ  ดอกช่อ ออกที่ต้น  สีน้ำตาล ผล เกือบกลม ด้านหนึ่งแบน เมื่อสุกสีแดงอมม่วง ออกดอกเดือน ธันวาคม- มกราคม ติดผลเดือน มีนาคม- เมษายน  การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด  ประโยชน์ ราก แก้ไข้เหนือ แก้ท้องผูก แก้ร้อนใน แก้ไข้สันนิบาต แก้กำเดา ไข้พิษ ไข้กาฬ  ผล แก้ท้องเสีย ชำมะเลียงมีเขตกระจายพันธุ์ทางภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงใต้และภาคใต้ของประเทศไทย พบตามป่าทุ่งและนำมาปลูกเป็นไม้ผลตามบ้านและสวน ต่างประเทศพบที่ จีน พม่า มาเลเซีย
การปรุงอาหาร ใช้ยอดอ่อน แกงใส่ผักรวม (สลิด แส้ว หนัง ฮาก ชะอม) ใส่ปลาย่างหรือเป็นผักสดจิ้ม หรือลวกต้มจิ้มน้ำพริกมะม่วง น้ำพริกปลาร้าหรือยำ ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้ได้
ลักษณะพิเศษ  สรรพคุณทางยา ราก แก้ไข้เหนือ ไข้สันนิบาต ไข้กำเดา แก้ร้อนใน คนโบราณใช้ผลแก่มีสีดำ รสฝาดหวาน ให้เด็กทานแก้โรคท้องเสีย




   

หน้า: [1]