แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - ครูสุรพล กิ่มเกลี้ยง

หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 9
46
รายวิชา หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( ม.5 ) / คู่มือการทำ Ebooks
« เมื่อ: วันที่ 25 ตุลาคม 2012, เวลา 11:26:57 am »
 >:D >:D >:D

คู่มือการทำหนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์ E-books ด้วยโปรแกรม ในคู่มือจะโช้โปรแกรม FilpAlbum Vista Pro 7 และ desktop author

นักเรียนดาวน์โหลดไปศึกษาและปฏิบัติตามได้

Desktop author มีความยุ่งยาก ซับซ้อน แต่ใช้งานได้หลากหลาย และนิยมใช้ในระบบ Online
ตัวอย่างและวิธีการทำศึกษาได้จากเว็บด้านล่างนี้

http://www.horhook.com/wbi/dta/index.html

ติดขัดอย่างไร กรุณาสอบถาม ครูผู้สอน

 >:D >:D >:D >:D

โปรแกรมดาวน์โหลดได้ที่นี่

http://www.smu.ac.th/sites/default/files/downloads_files/flpal.softarchive.net_.rar


47
AtomyMaxsite / AtomyMaxsite
« เมื่อ: วันที่ 30 สิงหาคม 2012, เวลา 13:46:02 pm »
สำหรับทำเว็บไซต์ โรงเรียน องค์กรอย่างง่าย
AtomyMaxsite2.51

48
กราฟิก ทิป เทคนิค เนื้อหา / งานทดสอบกลางภาคภาคปฏิบัติ
« เมื่อ: วันที่ 27 กรกฎาคม 2012, เวลา 08:23:59 am »
 :l29: งานทดสอบภาคปฏิบัติกลางภาคเรียน  :yoyox32:

ให้นักเรียนดาวน์โหลด ไฟล์ ที่ได้แนบให้ด้านล่างนี้ ซึ่งมีคำสั่งพร้อมแล้ว ให้ศึกษาและ
ทำตามข้อกำหนด ส่งในคาบเรียน หลังจากนั้นจะถือเป็นการ ซ่อม หรือ เสริม แล้วแต่กรณี

แต่ทั้งนี้ไม่เกิน 22.00 น. ของวันสอบ

ขอให้โชคดี


49
รายวิชา งานกราฟิค( ม.4, ม.5 และ ม.6 ) / งานชิ้นที่ 1
« เมื่อ: วันที่ 22 มิถุนายน 2012, เวลา 11:49:16 am »
 :yoyo_71:สร้างภาพให้ดูเคลื่อนที่ ด้วย PhotoShop :l7:


50
 :l36: :newe12: สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับ ม.5/4 สู่บอร์ดไดที  :yoyo_83:  :yoyo_71:

52
 :l29: :l29: :l29:

Flickr.com เว็บไซต์ที่ให้บริการฝากรูปไว้ ไม่จำกัด



 Flickr เป็นเว็บไซต์ที่มีต้นกำเนิดจากแคนาดาในปี 2004 ซึ่งบริษัท Ludicorp ที่สร้าง Flickr นี้เป็นบริษัทที่ทำเกมออนไลน์มาก่อน ในตอนแรกนั้นทางบริษัท จะเน้นไปที่ห้องแชตที่สามารถแชร์รูปให้กับคู่สนทนาได้ แต่ต่อมาได้รับความนิยมอย่างสูง จนกลายเป็นเว็บไซต์เพื่อการแชร์รูปที่มีผู้เข้าใช้งานจำนวนมาก จนทำให้ Yahoo หันมาสนใจธุรกิจนี้และนำเอากิจการของ Flickr มาปรับให้มีขนาดใหญ่และรองรับสมาชิกของ Yahoo เองด้วย ผู้ใช้งานWebmail ของ Yahoo ก็สามารถใช้ Username และ Password ที่ใช้กับเมลมาใช้กับ Flickr ได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครใหม่ ทำให้ผู้ใช้งาน Flickr ได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

การใช้งานของ Flickr นั้นทำได้อย่างง่ายดาย โดยการอัพโหลดรูปนั้นทำได้โดยเลือกรูปในคอมพิวเตอร์ของเราอัพโหลดขึ้น เว็บไซต์ทีละรูป นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถโหลดโปรแกรม Upload ที่เป็น Application สำหรับการใช้งานบน Windows เพื่อช่วยในการอัพโหลดภาพให้ง่ายมากขึ้น เหมาะกับการอัพโหลดคราวละมากๆครับ

ความสามารถในจัดเก็บรูปภาพมีมากขึ้นและสะดวกขึ้น ตัวอย่างเช่น

- สามารถทำการถ่ายข้อมูลรูปภาพจากกล้องดิจิตอลไปลงในคอมพิวเตอร์ได้)

- สามารถจัดเก็บรูปภาพตามหมวดหมู่ให้เลือกมากขึ้น แถมด้วยแผนที่เพิ่มเติมให้ทราบถึงแหล่งที่มาอีกด้วย

- แชร์รูปภาพกับเพื่อนหรือครอบครัวได้หรือสั่งการได้ตามต้องการหรืออาจแชร์สู่ที่สาธารณะ

- ให้อำนาจในการจัดการมากขึ้น เราสามารถอนุญาตให้เพื่อนหรือคนในครอบครัวของเราเข้ามาจัดตกแต่งหรือทำอะไรได้ตามที่เราต้องการ ภายใต้การควบคุมของเรา

- สามารถทำบล๊อกได้

- ถ่ายโอนภาพจากที่อื่น เข้าอัลบัม flickr เพื่อรวบรวมไว้ในที่เดียวได้

  ลองทดสอบดูมั้ย แต่ต้องมี เมล์ที่เป็น Yahoo เท่านั้น

  www.flickr.com

53
Hi5 ทิป เทคนิค / กำเนิด Hi5
« เมื่อ: วันที่ 14 กรกฎาคม 2011, เวลา 13:19:11 pm »
 :l21: :l21: :l21: :l21:

กำเนิด Hi5

ปี 2004 นักศึกษาปริญญาตรีชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อ Ramu Yalamanchi ร่วมกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ที่เรียนปริญญาตรี Computer Science อยู่ ก่อตั้ง SponsorNet New Media ธุรกิจตัวแทนโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต

ยามาลานชี่ มองเห็นจุดอ่อนของระบบการโฆษณาผ่านแบนเนอร์แบบเก่าๆ ที่อาจไม่ตรงกลุ่มเป้า...ย บวกกับการได้เห็นพฤติกรรมการสร้างอัลบั้มรูปแล้วพูดคุยกันต่อท้าย กับการเกิดกลุ่มเพื่อนที่คอยอัพเดตข่าวแต่ละคนในก๊วนกันทางอินเทอร์เน็ต จึงแยกตัวออกมาตั้ง hi5 เพื่อหวังตอบโจทย์ทั้งฝั่งผู้โฆษณาและผู้ใช้ไปในเวลาเดียวกัน

ปัจจุบัน Hi5 เป็นเว็บประเภท Social Networking ที่มีผู้ใช้มากที่สุดใน 23 ประเทศ เช่นในกลุ่มประเทศที่พูดภาษาสเปนอย่างสเปน โปรตุเกส บราซิล และในไทย เนื่องจากชื่อเว็บที่พิมพ์ง่ายจำง่ายและหน้าจอที่ไม่ซับซ้อน

ใน สหรัฐฯ และยุโรปนั้นนั้นต่างออกไป นั่นคือเจ้าตลาดเว็บ Social Networking กลับเป็น facebook.com ที่แจ้งเกิดจากการเป็นหนังสือรวมรุ่นกลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ส่วนในจีน ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์และไต้หวันนั้นกลับเป็น frienster.com เป็นผู้นำตลาด

ทุกวันนี้ Hi5 มีสมาชิกรวม 65 ล้านรายทั่วโลก และแม้เว็บจะเติบโตและมาแรงเท่าใด แต่ยามาลานชี่ผู้ก่อตั้ง hi5 ก็ยังนั่งเป็น CEO อยู่ และยังไม่ได้ขายกิจการให้ยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Microsoft, หรือ Yahoo ตามกระแสที่เว็บเล็กๆ หลายแห่งถูกกว้านซื้อเข้าไปก่อนนี้แล้ว


ชื่อ “Hi5” มาจากไหน ?

คำ ว่า Hi5 หรือ “Hi Five” ...ยถึงอาการที่คนสองคนชูฝ่ามือแบนิ้วทั้ง 5 มาแปะกันแรงๆ เป็นการทักทายประสาเพื่อนสนิทที่ชาวอเมริกันนิยมกันมาก เช่นเดียวกับคำชวนให้มาแปะมือกันก็พูดว่า “Give me five!” เป็นต้น

สำนวน นี้เป็นที่มาของชื่อเว็บ Hi5 และในเว็บนี้ก็เปิดให้เรา “Give 5” ให้กับเพื่อนสนิทหรือคนที่พิเศษได้โดยการกดปุ่มลิงค์ “Give ...ชื่อเจ้าของรูป... Five” และหากเจ้าของรูปคนนั้นไม่เคยได้รับ “Five” มาก่อน เราก็จะได้รับเกียรติให้เป็นคนแรกที่ให้ Five แก่เจ้าของรูปนั้นให้รู้กันไป


เครดิต www.thaihi5.com



54
ตัวอย่างการทำแบบฟอร์มจาก spreadsheets.google.com

เป็นรูปแบบการทำแบบฟอร์มในระบบ Online เพื่อให้ สมาชิก หรือผู้สนใจได้เข้าร่วม ตอบ หรือแสดงความคิดเห็น ต่างๆ

https://spreadsheets.google.com/spreadsheet/viewform?formkey=dEwwbzdEU3ZEUW1yc252SHR0OHZYZGc6MQ

ตัวอย่าวิธีการทำ

http://www.pharm.chula.ac.th/webelarning/elearning2553/7_google_doc_form/__2.html

VDO แสดงวิธีการทำ

VDO1
<a href="http://www.youtube.com/v/r-pDswEt6R0" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">http://www.youtube.com/v/r-pDswEt6R0</a>

VDO2
<a href="http://www.youtube.com/v/RNLoLW2BmpA" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">http://www.youtube.com/v/RNLoLW2BmpA</a>

VDO3
<a href="http://www.youtube.com/v/Jfkn1P8_jwE" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">http://www.youtube.com/v/Jfkn1P8_jwE</a>

VDO4
<a href="http://www.youtube.com/v/eRtWz3E0-TQ" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">http://www.youtube.com/v/eRtWz3E0-TQ</a>

VDO5
<a href="http://www.youtube.com/v/bthb0EIykRA" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">http://www.youtube.com/v/bthb0EIykRA</a>




55
โซเซียลมีเดียเส้นทางสื่อสารใหม่ของสื่อสารสาธารณะ
Posted on April 29, 2011 by smartkurve


มติชน

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 เม.ย. 2554 ที่โรงแรมโฟร์วิงส์ เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group: MWG)ได้จัดงานเสวนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “Media Advocacy Training on Social Media for Migrant Working Group”โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ Social Media ขององค์กรไม่แสวงหากำไร และการอบรมเรื่องการใช้ Social Media 4 PR หรือ การใช้โซเชียลมีเดียเพื่อการประชาสัมพันธ์การสื่อสาร เพื่อเป็นการเปิดเผยกลยุทธ์และเทคนิคในการโซเชียลมีเดียและเครื่องมือเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุด

ในการพูดคุยหัวข้อ “ความสำคัญของโซเซียลมีเดีย (Socia Media) กับการสื่อสารสาธารณะ” มีวิทยากรอบรมให้ความรู้คือ จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการสำนักข่าวประชาไท และสมบัติ บุญงามอนงค์ เว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์เพื่อสังคมหลายแห่งและอดีตประธานกรรมการมูลนิธิ กระจกเงา

สมบัติ บุญงามอนงค์ ได้อธิบายว่าพัฒนาการการเผยแพร่ความรู้เริ่มจากข้อมูล ในอดีตประเทศจีนมีจองหงวนคัดตัวอักษรเพื่อสืบต่อหนังสือหรือองค์ความรู้ (Information) ยิปซีเป็นคนเดินทางเป็นผู้รู้และอธิบายเพราะเห็นโลกกว้าง (Vistion) การเห็นโลกกว้างขึ้น คือ Vision และ ส่งต่อไปได้ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ การถ่ายทอดข้อมูลสู่วงกว้าง เริ่มตั้งแต่การมีเครื่องพิมพ์ ทำให้มีการพิมพ์หนังสือ สิ่งพิมพ์ และทำให้คนเข้าถึงความรู้ได้มากขึ้น ดังนั้นจึงเริ่มมีความรู้สาธารณะมากขึ้น “Time ยกย่องว่าหนังสือเป็นสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ที่มีอิทธิพลกับมนุษย์มากที่สุดในโลก”

ต่อ มาหลังจากที่มีพัฒนาวิทยุขึ้น ซึ่งเริ่มแรกส่วนใหญ่ถูกใช้งานโดยรัฐสามารถสื่อสารไปสู่ประชาชนซึ่งเป็นการ สื่อสาร one way (อยู่ ภายใต้การควบคุมของรัฐ) จากวิทยุพัฒนามาเป็นภาพยนตร์ และต่อมาคือโทรทัศน์ อนาล็อก และมีดาวเทียม ส่งสัญญาณแบบดิจิตอล พัฒนาการไปสู่โทรศัพท์ การติดต่อกันทางจดหมายและแฟกซ์ การผลิตข้อมูลลงสู่ CD ระบบ การผลิตแบบดิจิตอล ทำให้ต้นทุนการการผลิตสื่อและทำให้ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยน แบบนี้ถูกกว่าการพิมพ์ออกมาเป็นสื่อสิ่งพิมพ์แบบเดิม ด้วยเทคโนโลยีทำให้สามารถผลิตได้มากด้วยต้นทุนที่ไม่สูง

การ ปฏิวัติรูปแบบการสื่อสารครั้งใหญ่ คือ การมี คอมพิวเตอร์บุคคล (Personal computer: PC) การสื่อสารทางอีเมล การมีโทรศัพท์มือถือ หลังจากนั้นมี modem มี internet จึงกลายเป็น ICT (Informational communication Technology) เป็นการสื่อสารข้ามเวลาและระยะทาง “เทคโนโลยีพัฒนา ทำให้ระบบการสื่อสารเปลี่ยน คนเปลี่ยนสังคมเปลี่ยน”

บทบาทของ NGO คือเป็นผู้ผลิต information ข้อมูล จึงต้องเข้าใจการใช้ผลผลิตนี้ และวิธีการถ่ายทอดส่งต่อความรู้ออกไป ขายความคิด แนวคิดแนวทาง New Media: วิทยุชุมชน อินเตอร์เน็ต Social Network
ประเด็นฉุกคิดต่อไป คือ บทเรียนจากการนำ New media มาใช้ในงานพัฒนาอย่างไร และได้ผลลัพธ์อย่างไร นาย สมบัติได้แบ่งปันตัวอย่างการทำงานที่ใช้ New media มาเป็นตัวช่วยเร่งระดมอาสาสมัครในกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งสามารถดึงคนมาได้มากและทำได้อย่างรวดเร็วขึ้น

จีรนุช เปรมชัยพร ได้กล่าวถึงประเด็นประสบการณ์การทำงานด้านสื่อ โดยมีพื้นฐานการทำงานเรื่องการสื่อสารทางสังคมที่เน้นเกี่ยวกับโรคเอดส์ มาก่อน (เกี่ยวกับการเข้าถึงข่าวสารข้อมูล Access ให้ กับผู้ที่เกี่ยวข้อง) การป้องกัน และให้เกิดการยอมรับผู้ติดเชื้อ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นด้านสื่อสารจากจุดนั้น เพื่อสื่อสารไปสู่สาธารณะเป็นแผนกกระแสเสียง โดยมีแนวคิดว่าความสำเร็จในการสื่อสารต้องให้ความสำคัญและจริงจังไม่ใช่เป็น เพียงแผนกหนึ่งขององค์กร แต่เป็นการนำการสื่อสารออกไปสู่ความเข้าใจสู่สังคมให้ได้ สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการสื่อสารและทำให้การทำงานแตกต่างกันไปถูกพิจารณาด้วย คำถามพื้นฐานเหล่านี้ได้แก่

+ สื่อสารกับใคร ใครเป็นผู้รับสารและมีเครื่องมืออะไรบ้างที่กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงได้
+ เป้าหมายการสื่อสารกับสาธารณะคืออะไร เช่น เพื่อให้เกิดการตระหนักในสังคม
+ อะไรเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร

ใน ความคิดเห็นและจากประสบการณ์การทำงานของ”จิ๋ว” ช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และมีพลังมากที่สุด คือการสื่อสารระหว่างบุคคล แต่ใช้กำลังคนและงบประมาณเยอะจึงต้องคิดถึงความคุ้มค่าของการลงทุน ทั้งนี้ความแตกต่างระหว่าง New Media กับ Social Media คือ

New Media เป็น ความใหม่ของรูปแบบการสื่อสารที่ไม่ติดกรอบเดิม มีการกระจายตัวไม่ถูกครอบคลองด้วยอำนาจเนื่องจากเทคโนโลยีมีการกระจาย และเปิดโอกาสให้คนเข้าไปเป็นเจ้าของโดยไม่ต้องอาศัยทุนและอำนาจที่มาก ตัวอย่างเช่น วิทยุชุมชน มีรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากรูปแบบทางการของการสื่อสารทางวิทยุแบบเก่า อินเตอร์เน็ตผู้เข้าถึงได้มากขึ้น โดยที่ไม่ต้องใช้ทุนสูง Social Media เป็นสื่อที่ต้องอาศัยเครือข่ายทางสังคมเพื่อให้เกิดพลังเพิ่มเติม เช่น Facebook, YouTube, Twitter ซึ่งเป็นคนเล็กๆ รวมกันเกิดพลังที่อาจทำให้ส่งกระแสสู่สังคมได้

ส่วนการใช้ social media เป็นเครื่องมือเสริมจากเว็บไซด์หลัก เพื่อนำคนเข้ามาสู่เครื่องมือหลักให้ได้ Social media อาศัย พลังของสังคมในการทำให้สื่อโตขึ้น มีการเชื่อมโยงของสื่อแบบเครือข่ายทางสังคม เป็นโอกาสสำหรับคนตัวเล็ก ๆ ที่เชื่อเรื่องการเปลี่ยนแปลงสังคม ในการทำสื่อออนไลน์ social network เหล่านี้เป็น Sticky Net เป็นเทคนิควิธีการเพื่อให้มีโอกาสเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น ในสิ่งที่คนใช้อยู่ตลอดเวลาและสามารถใช้ผ่านมือถือได้ด้วย Social Media เป็นสิ่งที่ผูกผู้ใช้ให้ติดกับเครื่องมือนั้น ดังนั้นผู้ผลิตข้อมูลจึงควรนำข้อมูลไปติดไว้กับเครื่องมือ Social Media ที่ผู้คนเขาใช้ เช่น นักข่าวพลเมือง สามารถถ่ายทอดเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว ด้วยกล้องมือถือ และส่งเข้า twitter ได้ ซึ่งอาจถือได้ว่า twitter เป็นวิทยุส่วนตัว ลักษณะคือ รวดเร็ว ทันต่อกระแส ซึ่งสามารถเช็คข่าวสารได้อย่างรวดเร็วก่อนสื่ออื่นๆ

ทั้งนี้ Twitter ต่างกับ Facebook เพราะรวดเร็วกว่า ส่วน Facebook มีความหลากหลายกว่า Twitter สามารถ เข้าถึงคนที่ใช้โทรศัพท์เนื่องจากมีเลขหมายเป็นสองเท่าของประชากร ซึ่งการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมีเพียง 27 เปอร์เซ็นต์ดังนั้นการสื่อสารผ่านโทรศัพท์จึงดีกว่า

และในการใช้ Social Media ต้องระวังอย่าได้ใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้กลายเป็น spam (โฆษณา/เมลขยะออนไลน์ ที่ผู้รับไม่ต้องการรับ) ควรคำนึงถึงการสื่อสารระหว่างบุคคล ที่ต้องมีการปฏิสัมพันธ์ (interaction) ระหว่างบุคคล หากมีการใช้มากเกินไปคนอาจจะเบื่อหน่าย เพราะ Social Media ไม่ ใช่การสื่อสารทางเดียว ต้องใช้เหมือนกับเราพูดคุยระหว่างบุคคล การใช้ในเวลาที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่อกันจะทำให้ได้ประสิทธิภาพมากกว่า ดังนั้นควรคำนึงถึงการนำเครื่องมือมาส่งข้อมูลให้ถูกเวลา แลกเปลี่ยนกับคน โดยทั้งนี้ต้องใช้ทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคล (inter personal communication) ด้วย

ในหัวข้อ Social Media 4 PRนำเสวนาโดย ชีพธรรม คำวิเศษณ์ สื่อสารมวลชนผู้เชียวชาญด้าน e-Business กล่าวว่าเทคนิคประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดีย (Social Media for public relation: PR) นั้นควรคำนึงถึง การติดต่อสื่อสารกับผู้สื่อข่าวการติดต่อผ่านช่องทางต่างๆ (เบอร์โทร, อีเมล) และการเขียนข่าวอย่างไรให้ผู้สื่อข่าวสนใจเพื่อนำไปเสนอหน้าสื่อหลัก รวมถึงการเลือกช่องทางการสื่อสาร (PR Channel) ให้เหมาะสม เช่น โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต แมกกาซีน รวมถึงการจัดการแถลงข่าว (Press conference) ที่ต้องสร้างความน่าสนใจดึงคนมาร่วม


56
ผลวิจัยชี้ Social Media มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคมากขึ้น

Social Media[SPOTMARK - BANGKOK] ผลการวิจัยล่าสุดชี้ Social Media มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคมากขึ้น 7 ใน 10 คนใช้เป็นแหล่งหาข้อมูลก่อนตัดสินใจ แนะบริษัทหันมาวางแผนกลยุทธ์อย่างจริงจัง แม้จะไม่ได้ดำเนินธุรกิจออนไลน์ เพราะผู้บริโภคนิยมสนทนาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และยี่ห้อสินค้าในสังคมออนไลน์

ทุกวันนี้อาจกล่าวได้ว่า Social Media คือกระแสความนิยมอย่างกว้างขวาง และใน 2551 ที่ผ่านมา Social Media  ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า Social Media ไม่ได้จำกัดวงอยู่เฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น แต่นักธุรกิจและมืออาชีพแขนงต่างๆ ได้หันไปใช้ Social Media มากขึ้น ทำให้ Social Media กลายมาเป็นสื่อในสังคมออนไลน์ที่มีอิทธิพลอย่างมาก จากรายงาน The Wave 3 Report ของ Universal Maccan (www.universalmccann.com) แสดงว่า Social Media เป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อแบรนด์และ ภาพลักษณ์ขององค์กรธุรกิจอย่างมาก เพราะผู้ใช้สื่อ Social Media นิยมโพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และ แบรนด์ ผ่านบล็อก หรือ ในกลุ่มสังคมออนไลน์ของตน นอกจากนี้การวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้อินเตอร์เน็ต มีทัศนคติในนเชิวบวกต่อบริษัทหรือองค์กรที่สร้างบล็อกเป็นของตนเอง

จากบรรดาสื่อต่างที่ใช้ในกลุ่มสังคมออนไลน์นั้นตามรายงานของ Universal McCann พบว่า  วิดีโอออนไลน์ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้งานวิดีโอออนไลน์ถึง 394 ล้านราย ในขณะที่ 346 ล้านรายอ่านบล็อก 321 ล้านรายอ่านบล็อกส่วนบุคคล 307 ล้านรายเข้าเยี่ยมชมกลุ่มสังคมของเพื่อนฝูง และ 303 ล้านรายส่งต่อหรือแบ่งปันวิดีโอคลิปออนไลน์ พัฒนาการที่รวดเร็วของ Social Media ส่งผลให้การสร้างบล็อก การส่งต่อรูปภาพ หรือ วิดีโอคลิป เป็นเรื่องปกติ และ ทุกวันนี้ นักการเมือง บุคคลที่มีชื่อเสียง แบรนด์ต่างๆ หรือแม้แต่สมาชิกในครอบครัวต่างก็มีกลุ่มหรือสื่อ Social Media ของตนเอง ด้วยเหตุนี้สื่อรุ่นเก่าจึงต้องเร่งปรับตัวและหันมาพึ่งใช้ Social Media เป็นช่องทางเสริมในการกระจายเนื้อหาหรือข่าวสารของตน

เมื่อพิจารณาจากรายงาน 20 อันดับ Social Media ยอดฮิตของโลก ที่ ComScore (www.comscore.com) ทำไว้ พบว่า Bloger ยังคงความเป็นผู้นำด้วยยอดผู้เข้าใช้ว่า 222 ล้านรายทั่วโลกในเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตามมาด้วย Facebook ที่ไล่มาติดๆ และแรงสุดๆ ด้วยจำนวนผู้ใช้ 200 ล้านราย ส่วนอันดับต่อมาคือ MySpace ด้วยยอดผู้ใช้ 126 ล้านราย Wordpress 114 ล้านราย Windows Live Spaces 87 ล้านราย ส่วนอันดับ 6-10 ได้แก่ Yahoo Geocities (69 ล้านราย) Flickr (64 ล้านราย) hi5 (58 ล้านราย) Orkut (46 ล้านราย) และ Six Apart (46 ล้านราย)

ที่น่าแปลกใจก็คือตลาดเอเชีย เป็นตลาดที่มีการเติบโตของ Social Media สูงกว่าทวีปอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศจีน นั้นถือเป็นสังคมบล็อกเกอร์ที่ใหญ่ที่สุดในลกด้วยยอดผู้ใช้กว่า 42 ล้านราย มากกว่ายุโรปตะวันตกและสหรัฐอเมริการวมกันเสียอีก

มร. แบรี่ เฮิร์ด (www.123socialmedia.com) เชื่อว่าปัจจัยที่ผลักดันให้ Social Media เติบโตอย่างรวดเร็วนั้นเป็นเพราะความง่ายในการเข้าถึงสื่ออินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง  ขณะเดียวกันก็ยังเป็นผลมาจาก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้าน Social Media และเทคโนโลยีไร้สาย อาทิ โทรศัพท์เคลื่อนที่ PDAs หรือเครื่องเล่นเกมส์แบบพกพาต่างๆ

ผลจากการศึกษายังพบด้วยว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเข้าร่วมในสังคมเครือข่ายโดยเฉลี่ย 3-5 เครือข่าย ดังนั้นนักธุรกิจรายใดที่คิดว่า “ธุรกิจของฉันไม่ได้เน้นด้านออนไลน์” อาจจะต้องคิดใหม่ เพราะ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเกี่ยวข้องกับระบบออนไลน์หรือไม่ก็ตาม แต่ธุรกิจของคุณจะเกี่ยวพันกับเครือข่ายในสังคมออนไลน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะลูกค้าของคุณ คู่ค้าของคุณ แม้แต่เพื่อนฝูง หรือ คนในองค์กรของคุณได้เข้าไปมีบทบาทหรือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสังคมออนไลน์ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่การสนทนาในบางครั้งอาจจะโยงใยเข้ามาถึงธุรกิจของคุณได้ นั่นหมายถึงว่า บริษัทที่ไม่ได้พิจารณา หรือ ผนวก Social Media ไว้เป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ หรือ แผนการตลาดรวม กำลังเสียโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าไปอย่างน่าเสียดาย

จากการวิจัยร่วมระหว่าง OTX (www.otxresearch.com) และ DEI Worldwide (www.deiworldwide.com) พบว่า จากความนิยมที่แพร่หลายของ Social Media นีเอง ทำให้ Social Media กลายมาเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของผู้บริโภค โดยพบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะข้อหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ หรือ สินค้ายี่ห้อต่างๆ จากเว็ปไซต์ Social Media ไปพร้อมๆ กับหาข้อมูลโดยตรงจากเว็ปไซต์ของบริษัทผู้ผลิต โดยผู้บริโภค 7 ใน 10 ราย จะเข้าไปหาข้อมูลในเว็ปไซต์ Social Media ต่างๆ อาทิ เว็ปบอร์ด กลุ่มชุมชนออนไลน์ หรือ บล็อกต่างๆ เพื่อหาข้อมูล นอกจากนี้ เถือบครึ่ง (49%) ของผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อจากข้อมูลที่ได้จาก Social Media เหล่านี้

ความนิยมของ Social Media ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อมาตรวัดความสำเร็จด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ของภาคธุรกิจอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช่เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่องค์กรธุรกิจต่างๆ จะหันมาให้ความสนใจกับ Social Media Marketing มากขึ้น โดยรายงานล่าสุดของ eMarketer (www.emarketer.com) ชี้ให้เห็นว่า บริษัทส่วนใหญ่ควรที่จะต้องเข้าไปมีบทบาท และ สื่อสารกับกลุ่มสังคมในชุมชนออนไลน์เป็นประจำ แน่นอนว่าในขณะนี้ บริษัทหลายๆ แห่งได้ตระหนักถึงความสำคัญของ Social Media เพราะเล็งเห็นว่าเป็น Social Media เป็นเครื่องมือการตลาดที่ระหยัดแต่มีประสิทธิภาพในการขายและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และบริการของตนสู่ผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่งบประมาณการตลาดค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ดี การทำการตลาดผ่าน Social Media ไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงแม้จะมีบริษัทหลายรายที่ประสบความสำเร็จ แต่ก็มีอีกหลายรายที่ล้มเหลว หรือกลายเป็นผู้ต้องหาของกลุ่มสังคมออนไลน์ไปเลยก็มี

ตัวอย่างหนึ่งของบริษัทที่ประสบความสำเร็จ ใน การใช้ Social Media เห็นจะได้แก่ Blendtec ที่ทำคลิปวิดีโอซีรี่ส์ “Will It Blend” หรือ “ปั่นได้ไหม?” เข้าไปไว้ใน YouTube ดำเนินเรื่องโดย มร. ทอม ดิกสัน CEO ของ Blendtec ที่พยายามจะนำทุกอย่างเข้าเครื่องปั่นของเขา รวมถึง iPhone มือถือยอดฮิต เพื่อพิสูจน์ว่า “ปั่นได้ไหม?” ผลที่ตามมาคือ วิดีโอชุดนี้กลายเป็น สื่อการตลาดต้นทุนต่ำ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในโลกออนไลน์ และส่งผลให้ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้นไปถึงห้าเท่าตัว
 
อึกตัวอย่างที่น่าสนใจคือกรณีของ IBM ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้าจับกระแส Social Media ฟีเว่อร์ได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ แทนที่ IBM จะสร้างบล็อกขึ้นมาเพียงหนึ่งบล็อกเหมือนบริษัททัวไป IBM กลับสร้างเครือข่ายของบล็อกขึ้นโดยเปิดโอกาสให้พนักงานของตน ที่ต่างก็เป็นยอดฝีมือในแวดวงคอมพิวเตอร์ สร้างบล็อกของตัวเองขึ้นมา เขียนเล่าถึงประสบการณ์ ถึงงานที่กำลังทำ หรือเรื่องอะไรก็ได้ตามใจชอบ ผลที่ตามมาคือบล็อก IBMer ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยง IBM เข้ากับกลุ่มลูกค้า อีกทั้งยังเป็นเครื่องแสดงเจตนารมณ์ที่บริษัทมีต่ออุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี

“ถึงแม้ Social Media จะเป็นสื่อยอดนิยม แต่ต้องไม่ลืมว่า Social Media Marketing ยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ และ เป็นเรื่องที่นักการตลาดยังต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา” ทั้งนี้จากคำกล่าวของ นายศิระพัฒน์ เกตุธาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สป็อตมาร์ก จำกัด ผุ้จัดงาน Internet Marketing Conference 2009 Bangkok ระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2552 ณ โรงแรมโฟร์ซีซันส์ กรุงเทพฯ

นายศิระพัฒน์กล่าวต่อว่า “แต่ด้วยเหตุที่ Social Media ได้เข้ามามีบทบาทต่อสังคมผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ความท้าทายของนักการตลาดก็ คือจะตอบสนองกระแสดังกล่าวได้อย่างไร และจะใช้ Social Media เป็นเครื่องมือในการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ หรือ การมีส่วนร่วมในสังคมออนไลน์อย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จสูงสุด ภายในงาน Internet Marketing Conference ผู้เชี่ยวชาญด้าน Social Media Marketing จะมุ่งเน้นใน 2 ประเด็นหลักที่นักการตลาดอยากรู้ คือ การวัดผลกระทบของ Social Media และ การวางแผนกลยุทธ์ด้าน Social Media Marketing รวมไปถึงผลดีและผลเสียที่เกียวข้องกับ Social Media รูปแบบต่างๆ”

นอกจาก Social Media Marketing งาน Internet Marketing Conference 2009 Bangkok ยังจะครอบคลุมไปถึงเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังอยู่ในความสนใจอื่นๆ อาทิ Search Engine Markeitng, E-mail Marketing, eCRM, eBranding และ Online Marketing Research สำหรับท่านที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sptmrk.com หรือ ติดต่อ บริษัท สป็อตมาร์ก จำดัด ที่ 02 978 2519 หรือ info@sptmrk.com

57
Social Media วิวัฒนาการของโลกออนไลน์
โดย  ดร.พีรเดช ณ น่าน




พูดถึงกันมากเหลือเกินสำหรับ สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ซึ่ง เรียกได้ว่าเป็นตัวกลาง เป็นเครื่องมือ สำหรับการสื่อสารระหว่างกัน โดยปัจจุบันได้ขยายผลกว้างครอบคลุมไปถึง การทำงานร่วมกัน ทั้งภายใน และ ภายนอกองค์กร โดยอาศัยเว็บ และ โมบายเทคโนโลยี เป็นตัวช่วย ถ้าจะเปรียบเทียบก็น่าจะเป็นคู่แฝดแห่งยุคดิจิตอล อย่างเมื่อกว่า 200 ปีก่อน มีแฝดอินจัน ที่ไปสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ จนมีการตั้งชื่อแฝดลักษณะที่มีลำตัวติดกันเช่นนี้ว่า แฝดสยาม

ถ้าว่าไปแล้ว แฝดสยามในยุคดิจิตอล ก็คงหนีไม่พ้น สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) กับ สมาร์ทโฟน(Smartphone) ที่มักจะไปเป็นคู่ยากที่จะแยกออกจากกันได้ เมื่อศึกษาถึงคำจำกัดความของ สังคมออนไลน์ (Social Media) จะพบว่าคือกลุ่มของแอพพลิเคชั่น บนอินเทอร์เน็ต ที่สร้างขึ้นมาบนพื้นฐานแนวคิด และเทคโนโลยี Web 2.0ซึ่งรองรับให้มีการสร้าง และ แลกเปลี่ยน คอนเทนต์ที่ผู้ใช้เป็นผู้สร้างเอง (User-generated content) เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว สามารถเรียกได้ว่า สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เป็นการผสมผสานกันระหว่าง เทคโนโลยี กับการสื่อสารระหว่างกันในสังคม เพื่อสร้างเสริมมูลค่าให้เพิ่มขึ้น

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป โดยเฉพาะยุคดิจิตอลอย่างทุกวันนี้ การแสดงความคิดเห็นดูจะเป็นเรื่องง่าย บนสื่อสังคมออนไลน์เป็นหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้พนักงานรายหนึ่งในอเมริกา ถูกไล่ออกหลังจากที่เธอได้วิจารณ์เจ้านายของเธอบน เฟชบุ๊ก(Facebook) เรื่อง เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา พนักงานหญิงรายนี้ได้เขียนข้อคิดเห็นของเธอ บนหน้าเฟชบุ๊ก ด้วยคำพูดที่หยาบคาย คดีนี้ถูกจับตามองทั่วจากทุกวงการ ด้วยความกังขาว่า นายจ้างมีสิทธิที่จะลงโทษพนักงานที่เขียนข้อคิดเห็นบนสังคมออนไลน์ หรือไม่ เท่าที่ทราบในเมืองไทยเรายังไม่เคยได้ยิน เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น 

                เกมในเฟซบุ๊ก น่าจะเป็นตัวสร้างความสัมพันธ์ได้อย่างดี ด้วยกลยุทธ์ว่าใครมีเพื่อนเยอะก็จะได้อะไรเพิ่มขึ้นในเกม นอกจากนั้น ยังมีการหลอกล่อให้ต้องมีเพื่อนมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในเกม ปลูกผักเลี้ยงปลากันใหญ่ วันก่อนมีโอกาสไปบรรยายเรื่องสังคมออนไลน์ให้กับกรมส่งเสริมการเกษตร ก็เล่าไปว่าบ้านเราน่าจะทำเกมลักษณะนี้ในรูปแบบไทยๆ บ้านเรามีเกษตรกร กว่าครึ่งค่อนประเทศ นี่ยังไม่นับรวมท่านที่ชอบทำการเกษตรบนโลกออนไลน์ 

                 ในทางกลับกัน บางประเทศกลับห้ามใช้งานเว็บนี้ บางบริษัทก็ห้ามใช้เนื่องจากเสียเวลาการทำงานของพนักงาน   เฟซบุ๊คได้รับการจัดอันดับเป็นเว็บสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้มากที่สุดในปี ค.ศ. 2009  จำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และที่น่าสนใจก็คือจำนวนผู้เล่นอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ เข้าใช้งานมากกว่า...เกิลเป็นครั้งแรกช่วงต้นปี 2010 อีกด้วย 

                   ล่าสุดมีข่าวการใช้เฟซบุ๊ก เพื่อช่วยเหลือชีวิต ปกติเรามักจะได้ยินการใช้สังคมออนไลน์ เป็นสื่อ เป็นเครื่องมือทางการตลาด แต่ล่าสุดมีข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานเกี่ยวกับการประกาศรับ บริจาคไตในเฟซบุ๊กเรื่องเกิดที่สหรัฐฯ มีผู้ป่วยที่ต้องการปลูกถ่ายไต ต้องเปลี่ยนไตใหม่ภายในเวลาจำกัด เมื่อปรึกษากับแพทย์ที่ดูแลอยู่ จึงได้ตัดสินใจลองประกาศลงในเฟซบุ๊ก แล้วก็มีผู้ที่ประสงค์จะบริจาคไตให้ โดยไม่ได้มีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษแต่อย่างใด เป็นเพียงเพื่อนในเฟซบุ๊ก ผู้รับบริจาคเมื่อได้รับข้อความแสดงความจำนงจะบริจาคไตให้ ในตอนแรกยังคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่นกัน แต่เมื่อต้นเดือนเมษายน 2010 แพทย์ก็ได้เปลี่ยนไตที่บริจาคให้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

                    การศึกษาล่าสุดพบว่าหญิงสาววัยรุ่น ที่นั่งจ้องเฟชบุ๊คทั้งวัน อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการผิดปกติในเรื่องการทานอาหาร จากการศึกษาพบว่าสองสาเหตุหลักที่ทำให้เกิด อาการการทานอาหารผิดปกติ คือ การใช้เวลามากเกินไปกับ พฤติกรรมการบริโภคสื่อ และ การเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป ผลจากการสำรวจเด็กวัยรุ่นช่วงอายุ 12 ถึง19 ปี พบว่าพฤติกรรมการบริโภคสื่อ อินเทอร์เน็ต และ โทรทัศน์ มีผลกระทบต่อพฤติกรรมของแต่ละคนโดยตรง 

                  จากผลการสำรวจพบว่า ยิ่งใช้เวลากับเฟชบุ๊ก มากเท่าไหร่ ก็จะมีโอกาสจะพบอาการอยากอาหารมากผิดปกติ ภาวะเบื่ออาหาร ไม่พึงพอใจในสรีระของตัวเอง และ ความต้องการอยากลดน้ำหนัก มากขึ้น 

                   เมื่อมีจำนวนผู้ใช้ สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) มากขึ้นเท่าไร ย่อมเป็นโอกาสในการทำธุรกิจจึงเกิดคำว่า Social Commerce ขึ้น และได้รับความสนใจมากในช่วงนี้ หรือถ้าลองค้นหา คำว่า “e-mail vs. Social Media” ใน ...เกิล จะพบผลลัพธ์มากเป็นหลายหมื่น จึงเป็นสิ่งที่ชัดเจนว่าเป็นหัวข้อร้อน จนบางที คนนิยามว่าเป็นการทำสงครามบนโลกดิจิตอล บ้างก็กล่าวว่าคงเป็นจุดจบของ อีเมล์ และคลื่นลูกใหม่ที่มาก็คือ สื่อสังคมออนไลน์(Social Media)

                    อีกแง่มุมหนึ่งที่ดูเข้าท่าก็คือ ทั้งอีเมล์ และ สื่อสังคมออนไลน์ จะเป็นตัวเสริมกันและกัน เพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ เราควรที่จะโฟกัสสองเรื่องใหญ่ๆ คือ กลุ่มเป้าหมาย และ เจตนา มาเริ่มด้วยกลุ่มเป้าหมาย   

* ถ้ากลุ่มเป้าหมายอายุต่ำกว่า 20 ปี น่าจะค่อนข้างชัดเจนว่า การใช้สื่อสังคมออนไลน์ จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด 

*ถ้า กลุ่มธุรกิจเป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา การใช้อีเมล์ ถูกมองว่าเราจะได้ผลเร็วกว่า ในทางกลับกันถ้าลูกค้าทั่วไปเป็นกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ การใช้ สื่อสังคมออนไลน์ น่าจะได้ผลที่ดีกว่า เนื่องจากลูกค้าจะเชื่อ และฟัง ความเห็นของคนอื่นๆ ที่ให้ไว้บนสื่อสังคมออนไลน์ 

*สำหรับ กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ที่ทำงาน อีเมล์เป็นคำตอบของเรา แต่ถ้าต้องการมุ่งไปที่อยู่ที่บ้าน สื่อสังคมออนไลน์ น่าจะให้ผลตอบรับที่ดีกว่า 

                   จะเห็นได้ว่าการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายทั้งทาง ประชากรศาสตร์ (Demographic) และ เชิงจิตวิทยาเป็นสิ่งที่สำคัญทั้งคู่ ในการเลือกว่า อีเมล์ หรือ สื่อสังคมออนไลน์ จะเหมาะสมกับธุรกิจ อย่างไรก็ตามในหลายกรณี เราควรใช้ทั้งสองช่องทาง ในการติดต่อสื่อสาร

                   ส่วนเจตนา หรือ รูปแบบของธุรกิจ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณา 

*  ถ้าต้องการทำธุรกิจแบบ ขายตรง สื่อสังคมออนไลน์ อาจจะไม่ค่อยเหมาะสมนัก อีเมล์ น่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า 

* เมื่อมีความต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์ ในระยะยาว การเริ่มต้นด้วย สื่อสังคมออนไลน์ ในช่วงแรก แล้วปรับมาใช้อีเมล์ น่าจะเป็นแนวทางที่ดี 

*  หากธุรกิจของเราต้องการ การตอบรับที่รวดเร็ว สำหรับกลุ่มวัยรุ่นแล้ว สื่อสังคมออนไลน์ เป็นทางเลือกที่เหมาะสมส่วนกลุ่มวัยทำงานที่ทำงานมาพอสมควร การตอบรับอีเมล์ ของคนกลุ่มนี้ ก็จะค่อยข้างเร็ว 

* เมื่อเราต้องการที่จะทำธุรกิจ ผ่านการสื่อสาร อีเมล์ ยังคงเป็นสิ่งที่เราต้องใช้ เราต้องจัดการกับ อีเมล์ที่เข้ามาอย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว ถ้าไม่สามารถโต้ตอบด้วยความรวดเร็วแล้ว ธุรกิจของเราอาจจะมีปัญหาได้ ต่างกับถ้าเราไม่ทวิต ทุกวัน คงจะไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจมากเท่าไหร่นัก

                   เราจึงยังเห็นว่า นักธุรกิจส่วนใหญ่ ยังคงให้ความสำคัญกับ อีเมล์ ดังนั้นถ้าต้องการทำธุรกิจกับใครก็ตาม เราควรเริ่มด้วย สื่อสังคมออนไลน์ เป็นตัวนำ ให้เราสามารถเจาะเข้าถึง อีเมล์ ของกลุ่มเป้าหมายให้ได้  อย่าง ไรก็ตามเมื่อยุค สมัย เปลี่ยนไป การใช้อีเมล์ สำหรับคนรุ่นใหม่ อาจจะไม่สำคัญเท่ากับ การมีตัวตนบน สื่อสังคมออนไลน์จนกลายเป็นวิวัฒนาการ บนโลกออนไลน์ ไม่ใช่เป็นสงครามบนโลกออนไลน์ก็ว่าได้

ขอขอบคุณ - ข้อมูลจาก  http://www.telecomjournal.net/index.php?option=com_content&task=view&id=4281&Itemid=43

58
 :0012398: :0012398: :0012398:

เฟซบุ๊กเปิดตัววิดีโอแชทสู้...เกิลพลัส
แคลิฟอร์เนีย-เฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยม จับมือกับ สไกป์ เจ้าของโปรแกรมคุยโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตยอดนิยม พัฒนาบริการ "วิดีโอแชท"

เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกแก่ผู้ใช้เฟซบุ๊กในการสนทนาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ การเปิดตัวบริการใหม่ของเฟซบุ๊กครั้งนี้ มีขึ้นหลังจาก ...เกิล คู่แข่งรายสำคัญ ตั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์ ...เกิลพลัส เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีบริการวิดีโอแชทรวมอยู่ด้วย ในโอกาสนี้ นายมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารเฟซบุ๊ก กล่าวด้วยว่า เฟซบุ๊กมียอดผู้ใช้ทั่วโลก 750 ล้านรายแล้ว

 :0012394: :0012394: :0012394:

59
 :yoyo_83: :yoyo_83: :yoyo_83:

วิธีแก้ปัญหา Login เข้า Facebook ไม่ได้


ช่วงนี้มีคนถามเข้ามากันเยอะมากเรื่องไม่สามารถ log in เข้าใช้งาน facebook ได้ พอดีมีบล็อกของคุณปรียาพร ซึ่งเคยเขียนเรื่อง Facebook เล่นยังไงไม่ให้โดนแบน ได้แนะนำเรื่องวิธีการแก้ไขปัญหาพื้นฐานเอาไว้ครับ ก็เลยขออนุญาตคัดลอกมาลง เพื่อจะได้เป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังเจอปัญหานี้กันครับ ลองดูแล้วได้ผลยังไงกันบ้างก็ช่วยกันแจ้งให้ทราบเป็นความรู้ด้วยนะครับ

ต้นฉบับของบทความนี้สามารถอ่านได้จากที่นี่นะครับ วิธีแก้ปัญหา Login เข้า Facebook ไม่ได้ หรือถ้ามีคำถามหรืออยากปรึกษาอะไรก็สามารถไปถามผู้เขียนได้ที่บล็อกต้นทางเช่นกันครับ

===============================================

หลังจากที่เขียนเรื่อง Facebook เล่นยังไงไม่ให้โดนแบน เพื่อให้เพื่อน ๆได้ระมัดระวังในการใช้ Facebook ให้ถูกกฎกติกาแล้ว มาพักหลังมีคำถามมากมาย เกี่ยวกับปัญหา Login เข้า Facebook ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดิม Browser เดิม User และ Password เดิมที่ใช้อยู่เป็นประจำ อยู่ ๆ ก็ Login ไม่ได้เฉยเลย ในขณะที่บัญชีของเพื่อนๆ กลับใช้ได้ ปกติ

ดิฉันจะเกริ่นภาพรวมของระบบเครือข่ายออนไลน์ให้คุณเข้าสักนิดก่อนนะคะว่า เวลาที่คุณเปิดบัญชีอะไรก็ตาม สมมติว่า เป็นบัญชี Facebook , Google , yahoo หรือ Twitter ฯลฯ ทุกบัญชีเหล่านี้ จะมีความสัมพันธ์กับบัญชีอีเมล์ของคุณด้วย เวลาที่คุณเปิดบัญชีใหม่ การตั้ง ชื่อ User และ Password ก็มักจะคล้าย ๆ หรือเหมือนกันทุกบัญชี โดยเฉพาะ Password ที่เกือบทุกคนจะใช้ Password เดียวกันทุกบัญชี เพื่อให้จำง่าย
นี่แหล่ะค่ะคือ ปัญหา

โดยโครงสร้างการทำงานของระบบเครือข่ายทั่วโลก จะมีความสัมพันธ์ โยงใยกันอีรุงตุงนังไปหมด ที่นี้ ระบบตรวจสอบ ก็คือหุ่นยนต์ Robot เสมือนเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะคอยสอดส่องดูแลความเคลื่อนไหวของทุกบัญชี ในทุก ๆ วินาที โดยเฉพาะบัญชีที่มีการเคลื่อนไหวเป็นประจำ สม่ำเสมอ Robot จะชอบมาก และจำแม่น
แล้วมันเกี่ยวยังไงกับบัญชีของคุณ

เมื่อ Robot ได้ตรวจสอบพบว่า มีบัญชีเกิดขึ้นมากมายที่หน้าตาคล้าย ๆ หรือเหมือนกัน จึงเกิดความสับสน ไม่รู้ว่าบัญชีไหน เป็นบัญชีที่มีตัวตน ที่เป็นคนใช้จริง ๆ ไม่ใช่โปรแกรม Software จึงมีความจำเป็นต้องระงับบัญชีที่ถูกตรวจพบขึ้นก่อน ทำให้คุณไม่สามารถ Login เข้าไปได้

ข้อความก็จะปรากฎขึ้นมา ดังนี้

Confirm Your Identity
To continue, we need you to provide your mobile phone number. This quick security check helps keep Facebook a community of real people who connect and share using their real identities. If you ever lose your password, you’ll also be able to use your mobile number to access your account.
Confirm your identity by adding a mobile number to your account  Add your phone

วิธีแก้ไขมี 3 ชั้นตอน ในการยืนยันตัวตนที่แท้จริงของคุณ

โดยระบบจะขึ้นคำสั่งอัตโนมัติมาให้คุณ ดังนี้

1. Add Your Phone  คุณก็ใช้โทรศัพท์มือถือของคุณ เลือก ระบบ AIS หรือ DTAC (ระบบอื่น ๆไม่น่าจะใช้ได้ค่ะ) ส่ง SMS ด้วยการพิมพ์ f ไปที่หมายเลขที่เขาแจ้ง xxxx

2. ภายใน 2-3 วินาที ระบบตอบรับอัตโนมัติจะส่ง รหัสผ่านใหม่ มาให้คุณที่โทรศัพท์มือถือเครื่องที่คุณใช้โทร.ไปยืนยัน

3. คุณก็ใช้ รหัสใหม่นั้น Login เข้าได้เลย

**สำคัญมาก** เมื่อ Login เข้า ได้แล้ว คุณต้องรีบไปที่ เมนูขวามือ เลือกคำสั่ง ตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ จากนั้นคลิกที่เปลี่ยนรหัสผ่าน ระบบจะขึ้นข้อความมาให้ 4 บรรทัด เกี่ยวกับการ ตั้งรหัสผ่านใหม่ ดังนี้

-   กรุณา อย่าใช้รหัสผ่านเดียวกับที่คุณใช้ในบัญชีออนไลน์อื่นๆ

-   รหัสผ่านใหม่ของคุณจะต้องมีความยาวอย่างน้อย 6 ตัวอักษร

-   ใช้ได้ทั้งตัวอักษร ตัวเลข และเครื่องหมายวรรคตอนประกอบกัน

-   รหัสผ่านจำแนกตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก กรุณาตรวจสอบปุ่ม CAP
ปัญหาของคุณก็คือ
คุณใช้รหัสผ่านเดียวกับที่คุณใช้ในบัญชีออนไลน์อื่น ๆ

Robot มันก็เลยงง ไงคะ ว่าสิ่งที่ถูกตรวจพบนั้น อันไหนจริง อันไหนหลอก เป็นคน หรือ Software ซึ่งความเป็นจริงอาจจะเป็นบัญชีที่ถูกต้องของคุณทุกบัญชีก็ได้ แต่คุณดันไปใช้รหัสผ่านเดียวกันหมด Robot  อาจคิดว่าเป็นการ Spam จึงต้องแจ้งไปที่ศูนย์บัญชาการให้ระงับบัญชีคุณชั่วคราว เพื่อเป็นการป้องกันความปลอดภัยให้กับบัญชีของคุณ

ปล. 1 อย่านิ่งนอนใจที่จะรีบเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ ถ้าไม่ต้องการ Login เข้า Facebook ด้วยการยืนยันด้วยโทรศัพท์ทุกครั้ง เพราะถ้ายังใช้รหัสเดิม ซึ่งตรงกับบัญชีออนไลน์อื่น ๆ ระบบจะส่งคำเตือนมาแบบเดิมอีกค่ะ

ปล. 2 โปรดจดจำรหัสผ่านใหม่ให้ดี  เพราะปัญหาต่อไปในเรื่องนี้ ก็คือ ลืมรหัสผ่านของตัวเอง นะจ๊ะ

ปล. 3 ข้อนี้เผื่อไว้ค่ะ ลองเปลี่ยน Browser ดูนะคะ สมมติว่า Browser เดิมของคุณ คือ Windows Internet Explorer  คุณก็เปลี่ยนมาใช้ Mozilla Firefox  , Maxthon Browser หรือ google Chrome  ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมมาทดลองใช้ได้เลย ลองศึกษาดูนะคะ

นอกจากนี้ ยังมีอีก 1 อาการ ที่อาจถูกระงับการใช้ชั่วคราว ข้อความจะขึ้นมา ดังนี้

Account Unavailable
Your account is temporarily unavailable
due to site maintenance. It should be available
again within a few hours. We apologize for the inconvenience.

ถ้าข้อความขึ้นมาแบบนี้ ไม่ต้องตกใจนะคะ บัญชีคุณไม่สามารถใช้ได้ชั่วคราว เนื่องจากอยู่ระหว่างการแก้ไขปรับปรุงเว็บไซต์ และจะสามารถใช้ได้ ภายในไม่กี่ชั่วโมง ขออภัยในความไม่สะดวก

สาเหตุหลัก ๆ ก็คงมีเพียงเท่านี้ ที่ผู้ใช้ทุกคนไม่เคยได้นึกถึง ส่วนใหญ่มักจะใส่ใจในเรื่องของการพัฒนาเพิ่ม Appication ต่าง ๆอย่างสนุกสนาน แต่พอเกิดปัญหา ไม่เห็นจะมีใครมาคอยบอกกันเลย สุดท้าย ก็สรุปง่าย ๆว่า ไปเปิดบัญชีใหม่ละกัน

โห.. ไล่ให้ไปเปิดบัญชีใหม่ พูดง่ายไปมั๊ย  Facebook  คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเลยนะเนี่ย บัญชี Facebook หาย มันยิ่งกว่า Website หรือ Blog ล่มซะอีก ที่เรายังสามารถเอาข้อมูลกลับมาได้หมด แต่สำหรับ Facebook  สร้างใหม่ 5 นาที ก็ได้ แต่เพื่อนหาย 5,000 นี่สิ จะเอากลับมายังไง…

 :yoyo_71: :yoyo_71: :yoyo_71:

60
 :l52: :l52: :l52:
Specific Media ประกาศซื้อกิจการ Myspace ต่อจากเจ้าของเดิม ด้วยเงินมูลค่า 35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



บริษัทดิจิตอลมีเดีย Specific Media ประกาศเข้าซื้อกิจการเว็บไซต์ Myspace เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับการเปลี่ยนชื่อจาก MySpace เดิมให้เป็น My_____เพื่อความทันสมัย โดยส่วนหนึ่งของข้อตกลงระบุว่า News Corporation ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของเดิม จะยังคงมีกรรมสิทธิ์ในหุ้นอยู่เพียงเล็กน้อย

ขณะที่รายละเอียดข้อตกลงส่วนอื่นๆ นั้นไม่มีการเปิดเผย แต่แหล่งข่าวได้รายงานว่า Specific Media ได้เข้าซื้อกิจการ Myspace ต่อด้วยเงินลงทุนมูลค่า 35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และ News Corp. ก็จะยังทำการถือหุ้นอยู่เหมือนเดิม แต่จะลดลงเหลือน้อยกว่า 5% นอกจากนี้ ข้อตกลงยังรวมถึงการลดจำนวนพนักงานกว่า 400 ชีวิตลง เช่นเดียวกับการลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดย Mike Jones ซีอีโอ Myspace และพนักงานระดับสูงคนอื่นๆ จะยังคงดำรงตำแหน่งต่อเป็นระยะเวลาชั่วคราว(ประมาณ 2 เดือน) เพื่อคอยช่วยเหลือในการเปลี่ยนแปลง Tim Vanderhook ซีอีโอ Specific Media อธิบายว่า ที่ผ่านมา Myspace ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิกพื้นที่โซเชียลมีเดีย บริษัทจึงได้ทำการเปลี่ยนแปลงวิธีการเพื่อที่จะให้ผลักดันให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง รวมถึงการบริโภคและมีส่วนร่วมกับเนื้อหาออนไลน์ โดยเรามีความร่วมมือกัน ระหว่างบริษัทจำนวนมากที่มุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างประสบการณ์ดิจิตอลมีเดีย ด้วยการขับเคลื่อนการเชื่อมต่อเข้ากับความสัมพันธ์และสิ่งที่น่าสนใจ ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2005 News Corp. ได้เข้าซื้อกิจการ Myspace ด้วยเม็ดเงิน 580 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งในเริ่มแรก ข้อตกลงของการชำระเงินจะเกิดขึ้นหลังจากที่...เกิลได้ลงนามโฆษณาเป็นเวลาสามปีด้วยเงินกว่า 9 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ และตั้งแต่นั้นมา Myspace ก็เริ่มกลายเป็นเว็บไซต์ที่เสื่อมความนิยมบนโลกออนไลน์ และกลายเป็นเว็บไซต์ที่ล้มเหลว และเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา Myspace ก็ต้องประสบกับปัญหารายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจำนวนคนเข้าใช้บริการ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้มันกลายมาเป็นเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีอัตราเติบโตช้ามากที่สุด สวนทางกับ Facebook ที่มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถึงแม้ว่า Myspace จะใช้ความพยายามในการออกแบบหน้าตาใหม่สำหรับการใช้งาน และเกาะติด Facebook เพื่อช่วยหลือก็ตามที แต่ก็ดูยังไม่มีผลใดๆ เกิดขึ้น จุดหนึ่ง เว็บไซต์ Myspace เคยมีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่อย่างไรก็ดี News Corp. ก็มีความคาดหวังว่าอาจจะขายอดีตเว็บไซต์ยอดนิยมได้ถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่แล้วในที่สุด พวกเขาก็ต้องจำใจรับงินคืนเพียง 35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นประมาณ 6 % ของราคาขายเดิมเท่านั้น

ที่มา http://www.pantip.com/tech/newscols/news/300611b.shtml

หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 9