แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - S@NG W@RIN

หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 9
61
 :l29: :l29: :l29:
Skype คอนเฟิร์มเตรียมปล่อยแอปฯพร้อมฟังก์ชั่นวีดีโอแชทบน iPad เร็วๆนี้



หลังจากที่วีดีโอเปิดเผยการมาของโปรแกรม Skype พร้อมฟังก์ชั่นวีดีโอแชทในเวอร์ชั่นไอแพดหลุดว่อนทั่วอินเทอร์เน็ตเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดผู้บริหารของ Skype ได้ออกมากล่าวยืนยันแล้วว่า เป็นที่แน่นอนแล้วที่ซอฟท์แวร์ดังกล่าวจะออกมาในเร็ววันนี้ และจะมีการดึงเอาการใช้งานกล้องบนไอแพด 2 มาใช้งานด้วย

โดยวีดีโอโปรโมทโปรแกรมแชทยอดนิยม Skype ในเวอร์ชั่นไอแพดสั้นๆได้ปรากฎบนยูทูปของช่องแชนแนลบริษัทเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และถูกค้นพบโดยผู้ใช้งานที่ใช้ชื่อล็อกอินทวิตเตอร์ว่า "trackizmy1" โดยวีดีโอดังกล่าวถูกลบออกอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นไม่นาน แต่ก็ยังไม่ทันการณ์ เมื่อภาพสกรีนช็อทที่จับภาพฟังก์ชั่นวีดีโอคอลบนไอแพด 2 นั้น ได้รับการบันทึกและเผยแพร่โดย Razorianfly เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยหลังจากที่ข่าวนี้รั่วไหล TUAW เวบบล็อกอย่างไม่เป็นทางการของแอปเปิ้ล ได้มีการสัมภาษณ์พูดคุยกับ Rick Osterloh รองประธานกรรมการฝ่ายผู้บริโภคและออกแบบโปรดั่กส์ของ Skype เกี่ยวกับข่าวนี้ ซึ่ง Osterloh ก็ได้กล่าวว่า เขาเชื่อว่า Skype ในเวอร์ชั่นไอแพดจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกันกับในเวอร์ชั่นไอโฟน หลังจากที่ได้เห็นกระแสการตอบรับนี้ โดยอ้างอิงข้อมูลเบื้องลึกจากผู้บริหาร ในเวอร์ชั่นไอแพดนี้จะมีการทำงานพื้นฐานเช่นเดียวกัน อาทิ การแชท, เสียงและวีดีโอคอล เป็นต้น ถึงแม้ว่าคุณสมบัติบางประการอย่างเช่น การแชร์ไฟล์ จะไม่สามารถใช้งานร่วมกับโปรแกรม Skype บนคอมพิวเตอร์พีซีและแม็กไคลแอนท์ได้ก็ตาม โดย Osterloh ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า โปรแกรมดังกล่าวกำลังดำเนินงานอยู่ในขั้นทดสอบการใช้งาน ซึ่งจะใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือน แต่ทั้งนี้ เขาปฏิเสธที่จะบอกถึงกำหนดวันที่แน่นอนอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็คงต้องรอติดตามกันต่อไป

ที่มา: http://www.pantip.com/tech/newscols/news/270611s.shtml

62

 [PZ05] [PZ05] [PZ05]

เผย 'เฟซบุ๊ค' มียอดสมาชิกทะลุ 750 ล้านคนทั่วโลก



เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หากจำกันได้ เฟซบุ๊ค เพิ่งได้ประกาศชัยชนะ หลังจากที่มียอดสมาชิกทะลุ 500 ล้านคนทั่วโลก แต่มาในวันนี้ มีสถิติใหม่ที่น่าภาคภูมิใจ เมื่อเวบไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยมดังกล่าว สามารถมียอดสมาชิกก้าวข้ามขั้นหลักไมล์ที่ 750 ล้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยถึงแม้จะไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการจากทางเฟซบุ๊ค แต่ TechCrunch ซึ่งเป็นเวบไซต์ที่ให้บริการข่าวสารเกี่ยวกับแวดวงเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ ได้ทำการรายงานข่าวนี้ออกมา โดยระบุ "เวบโซเชียลเน็ตเวิร์กชื่อดัง 'เฟซบุ๊ค' มียอดสมาชิกผู้ใช้โดยประมาณ 750 ล้านคนที่ทำการล็อกอินเข้าใช้งานอย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน" ซึ่งตัวเลขดังกล่าว มากกว่าจำนวนระดับประชากรที่มีอยู่ในประเทศที่มีจำนวนประชากรน้อยที่สุด ซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่ประเทศทั่วโลก โดยเฟซบุ๊คเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2004 จากนั้นสามารถทำยอดสมาชิกได้ถึง 500 ล้านคนจนกระทั่งปี 2010 หรือมีอัตราการเพิ่มของจำนวนสมาชิกอย่างคร่าวๆตกปีละ 100 ล้านคนทั่วโลก แต่ทั้งนี้ ไม่สามารถเป็นตัวแทนที่ถูกต้องของจำนวนคนที่เข้าร่วมเฟซบุ๊คที่แน่นอนได้ เนื่องจาก จากสถิติ มีคนเข้าร่วมเฟซบุ๊คในปี 2010 มากกว่าในปี 2004 หรือ 2005 โดย TechCrunch ยังได้ทำการวิเคราะห์ต่อไปอีกว่า เฟซบุ๊คอาจจะรอจนมีจำนวนสมาชิกครบ 1 พันล้านคนก่อนถึงจะมีการอัพเดตตัวเลขอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ อาจจะเป็นไปได้อีกด้วยว่า เฟซบุ๊คอาจจะมีการอัพเดตสถานะภายในงานการประชุม f8 ในครั้งหน้า ซึ่งจะจัดขึ้นประมาณช่วงปลายๆซัมเมอร์นี้

Source : http://www.pantip.com/tech/newscols/news/270611b.shtml


63
การใช้งาน Skype / การใช้งาน Skype
« เมื่อ: วันที่ 27 มิถุนายน 2011, 15:24:04 »
 :yoyo_71: :yoyo_71: :yoyo_71:

การใช้งาน Skype

วิธีการเรียกใช้โปรแกรม Skype

หากผู้ใช้งานทำตามขั้นตอนในการติดตั้งโปรแกรมดังที่ได้กล่าวไปแล้ว ผู้ใช้งานก็สามารถที่จะเรียกใช้งานโปรแกรม Skype ได้ 2 วิธีหลักๆ ด้วยกันคือ

1.) เรียกใช้งานได้จาก Status Bar ดังรูป



2.) หรือหากผู้ใช้งานท่านใดได้ตั้งค่าไม่ให้ Skype เปิดขึ้นมาพร้อมกับการเข้าสู่วินโดว์ ก็สามารถที่จะเรียกใช้งาน Skype ได้จากไอคอนดังรูป



หน้าตาของ Skype



1.) เมนูบาร์ เป็นส่วนที่ใช้สำหรับเรียกคำสั่งการทำงานในโปรแกรม Skype ทั้งหมด

2.) ทูลบาร์หากเมนูบาร์เรียกใช้งานยุ่งยาก ทูลบาร์นี่แหละครับที่จะทำให้การทำงานของเราง่ายขึ้นเพียงคลิกแค่ครั้งเดียว

3.) แท็บใช้งานหลัก เหล่านี้เราจำเป็นต้องคุ้นเคยเอาไว

- Start เป็นแท็บแรกที่จะให้เราทราบทันทีว่าเรามีอะไรรออยู่ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ติดต่อของคู่สนทนา หรือMessage ที่รอการอ่าน

- Start เป็นแท็บแรกที่จะให้เราทราบทันทีว่าเรามีอะไรรออยู่ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ติดต่อของคู่สนทนา หรือMessage ที่รอการอ่าน

- Friends รายชื่อเพื่อนๆ ในรายการ (List) ที่เราเคยเก็บบันทึกเอาไว้ คล้ายสมุดโทรศัพท์นั่นแหละครับ

- Logs เป็นการเก็บบันทึกสถานการณ์ติดต่อของเรา ซึ่งก็คือรายชื่อของผู้ที่เราเคยติดต่อนั่นเอง

4.) แท็บพาเนล เป็นส่วนที่แสดงรายละเอียดของการทำงานในแต่ละแท็บ

5.) รายการชื่อที่เราเคยติดต่อ และหากต้องการติดต่อไปยังรายชื่อของคู่สนทนาอื่น ณ.การใช้งานส่วนนี้จะเก็บรายชื่อของผู้ที่เคยติดต่อไว้ให้เรียกใช้อย่างรวดเร็วที่นี่

6.) ปุ่ม Call ผู้ใช้งานน่าจะได้ใช้ส่วนนี้ค่อนข้างจะบ่อยหน่อยนะครับ ซึ่งปุ่มนี้จะทำหน้าที่ในการโทรออกหรือเอาไว้รับสายกรณีที่มีผู้ติดต่อเข้ามาครับ

7.) ปุ่ม Hangup ครับ เมื่อมีปุ่มโทรออกก็ต้องมีปุ่มวางสายครับ ซึ่งปุ่มนี้จะทำหน้าที่ในการโทรออกหรือเอาไว้รับสายกรณีที่มีผู้ติดต่อเข้ามาครับ

8.) ส่วนแจ้งสถานะ ในการใช้งานโปรแกรมประเภท Instant Massager แทบทุกโปรแกรมส่วนนี้ผู้ใช้งานจำเป็นต้องแจ้งไว้เพื่อบ่งบอกสถานการออนไลน์ของเราครับ ซึ่งหากจะว่าไปแล้วส่วนนี้ยังบ่งบอกถึงมารยาทในการใช้โปรแกรมประเภท Instant Messenger อีกด้วยนะครับ

การค้นหารายเพื่อนคุย

ณ.ปัจจุบัน (ขณะที่กำลังเขียนเนื้อหา) มีสมาชิกที่ลงทะเบียนกว่าหนึ่งล้านห้าแสนคนทั่วโลก ซึ่งไม่ต้องห่วงเลยว่าเราจะไม่มีเพื่อน ผู้ใช้งานสามารถค้นหาเพื่อนได้ง่ายๆ โดย

1.) คลิกเลือกเมนู Tool > Find a Friend.. หรือจะคลิกไปยังปุ่มดังรูปหรือ จะคลิกไปยัง Find a Friend มุมซ้ายด้านล่างของแทบ Start ก็ได้ครับ



2.) จะปรากฏหน้าต่างในการค้นหา ให้ผู้ใช้งานใส่ชื่อของเพื่อนที่ต้องการค้นหาแล้วคลิกที่ปุ่ม Find ครับ



3.) หากยังหาเพื่อนเราไม่พบก็คงต้องใช้ฟังก์ชั่นพิเศษในการค้นหา โดยคลิกที่ปุ่ม Advanced



4.) เอาล่ะเมื่อเจอเพื่อนที่ถูกใจแล้ว ก็คลิกเมาส์ขวาไปยังเพื่อนใหม่คนนี้



- Add to Friends List เก็บรายชื่อลง List ซะเลย

- View User Profile รู้เขารู้เราก็ไม่เสียหาย

- Call โทรซะเลย (อยากคุยเต็มแก่แล้ว)

- Send a Text Message หากต้องการ Chat ก็เลือกที่นี่ครับ หรือผู้ใช้งานจะใช้ปุ่มที่อยู่ด้านล่างก็ไม่ถือว่าไม่ผิดกติกาครับ ซึ่งปุ่มด้านล่างน่าจะได้ใช้งานค่อนข้างจะบ่อยกว่าการคลิกเมาส์ขวา เพราะเป็นง่ายกว่านั่นเอง

การเก็บรายชื่อลงลิสต์

สำหรับเพื่อนมากมายของเราเมื่อคุยแล้วถูกใจก็คงอยากจะเก็บไว้ในลิสต์ เผื่อวันหน้าจะได้มาคุยใหม่ ผู้ใช้งานสามารถที่จะจัดเก็บรายชื่อได้โดย

1.) ในระหว่างการสนทนาผู้ใช้งานสามารถเก็บรายเพื่อนลงในลิสต์ได้โดยคลิกที่ปุ่ม Add to Friends List ดังในรูปครับ



2.) รายชื่อจะถูกบันทึกลงในลงในแทบ Friends รอการติดต่อในวันข้างหน้าครับ



หรือหากผู้ใช้งานได้ทำการค้นหาเพื่อนๆ โดย

1.)ใช้เมนูคำสั่ง Tool > Find a Friend..



2.) เสร็จแล้วก็สามารถที่จะเก็บเพื่อนๆ ของเราไว้ในลิสต์ได้เลยครับโดย คลิกที่ชื่อของเพื่อน



3.) จากนั้นก็คลิกที่ปุ่ม Add a Friends ที่อยู่ด้านล่างครับ ชื่อของเพื่อนก้จะเข้าไปอยู่ใน List

ต่อไปเราก็จะเริ่มไปคุยกันนะครับ เริ่มคุย

รายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.kapook.com/skype/page5.html

 :0012394: :0012394:

64
การใช้งาน Skype / การติดตั้ง Skype
« เมื่อ: วันที่ 27 มิถุนายน 2011, 11:47:31 »
 :l29: :l29: :l29:

การติดตั้ง Skype


หลังจากที่ผู้ใช้งานทำการดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะทำการติดตั้งก็อย่าเพิ่งปิดอินเทอร์เน็ตนะครับ เพราะในขั้นตอนของการติดตั้งจำเป็นต้องมีการ Register ด้วย เมื่อพร้อมแล้วเราก็ทำการติดตั้งกันได้เลยครับ โดยดับเบิ้ลคลิกไปยังไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งดังต่อไปนี้

1. ในหน้าแรกเป็นส่วนของการเลือกภาษา (หมายถึงรูปลักษณ์ของโปรแกรมนะครับ หรือที่เรียกกันว่า Interface นั่นแหละ) ให้ผู้ใช้งานคลิกที่ปุ่ม OK



2. ในหน้าถัดมาเป็นคำกล่าวต้อนรับเข้าสู่การใช้งาน ให้ผู้ใช้งานคลิกทีปุ่ม Next ครับ



3. ในหน้านี้จะว่าด้วยเรื่องเงื่อนไขและข้อตกลงว่าด้วยเรื่องของการใช้งาน ให้ผู้ใช้งานคลิกเลือก I accept the agreement. จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Next ครับ



4. ในขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรมจะระบุตำแหน่งในการติดตั้ง โดยปกติแล้วจะระบุตำแหน่งไปยัง C:\Program Files\Skype\Phone ให้ผู้ใช้งานคลิกปุ่ม Next



5. ในหน้าหน้านี้ผู้ใช้งานสามารถที่จะเลือกข้อกำหนดได้ต่างๆ หลังจากติดตั้งโปแกรมเสร็จ ดังนี้ครับ
- Create a desktop icon. หากเลือกก็จะเป็นการสร้างไอคอนสำหรับเข้าสู่การใช้งานบนเดสทอป
- Create a Quick Launch icon จะเป็นการสร้างไอคอนบนส่วนของ Quick launch
- Start Skype when the computer starts เมื่อเข้าสู่โปรแกรมวินโดว์ ก็จะกำหนดให้ Skype เปิดใช้งานทันที
- Associate Skype with "callto://" tags อนุญาตให้ Skype เรียกใช้ Tags "callto://" ได้ ให้ผู้ใช้งานเลือกตามความเหมาะสมหรือจะคลิก Next ผ่านไปก็ได้ครับ



6. ในหน้าสุดท้ายให้ผู้ใช้งานคลิกที่ปุ่ม Finish ครับ



7. ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการ Reregister ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตให้เรียบร้อยก่อนนะครับ สำหรับใครที่เคย Register มาก่อนแล้วก็ให้คลิกเลือก I already have a Skype account. ได้เลยแต่ถ้าเพิ่งจะเริ่มใช้งานก็ให้คลิกเลือก I would like to create a new Skype account. ครับ



8. ในหน้า Register ให้ผู้ใช้งานใส่รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้งานให้เรียบร้อย และที่จะข้ามไม่ได้เลยก็คือ ผู้ใช้งานจะต้องยอมรับเงื่อนไขที่ว่าด้วยเรื่องของการใช้งานโปรแกรมโดยเลือก Yes, I have read and I accept Skyper End User Licence Agreement จากนั้นคลิกปุ่ม Finish ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ



9. และเพื่อเป็นการยืนยันการมีตัวตนในการใช้บริการ Skype ผู้ใช้งานจะต้องตรวจเช็ครายละเอียดเกี่ยวกับตัวเราก่อนนะครับว่าถูกต้อง หรือไม่ ในส่วนของการแสดงรูปนั้นตอนนี้ยังไม่สามารถใช้งานได้นะครับคงต้องรอในเวอร์ชั่นถัดไปครับ

 :0012398: :0012398: :0012398:



เมื่อทำการลงทะเบียนเรียบร้อย ก็เริ่มใช้งานได้เลยครับ การใช้งาน


รายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.kapook.com/skype/page4.html

65

                
" สไคพ์ "  (Skype)
สุดยอดเทคโนโลยีแห่งโลกอินเทอร์เน็ต เพียงแค่คุณมี ไมโครโฟน ที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ Headset (หูฟังพร้อมไมโครโฟน) ก็สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกมุมโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้านคุณเลยทีเดียว

http://www.kapook.com/skype/images/skypmain.jpg

ง่ายๆ เพียงคุณดาวน์โหลดโปรแกรมไปติดตั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ หลังจากนั้น ก็สามารถคุยผ่านไมโครโฟนกับเพื่อนๆ ได้ทุกมุมโลก ด้วยโปรแกรม " สไคพ์ "



ความพิเศษของ " สไคพ์ " อยู่ตรงที่

โทรฟรีๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ทั่วโลก ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายในการต่อสัญญาณ เพราะการคุยของคุณ ก็คิดค่าโทรเหมือนที่เสียค่าชั่วโมงอินเทอร์เน็ตเหมือนปกติ

คุณภาพเสียงดีเยี่ยมเฉกเช่นใช้โทรธรรมดา เสียงตอบกลับของคู่สนทนาชัดเจน ไม่มีเสียงคลื่น เสียงทะเลมารบกวน ฟังชัด (แต่ก็ขึ้นอยู่ว่า หูฟังคุณคุณภาพดีแค่ไหนด้วยครับ)

ค้นหาเพื่อนคุยใหม่ๆได้สบาย ถ้าคุณเหงาปาก อยากมีเพื่อนคุย ง่ายๆ กับโปรแกรม " สไคพ์ " และแน่นอนว่า เพื่อนใหม่คุณ อาจไม่ใช้ภาษาไทยเพียงอย่างเดียว ดังนั้น คุณสามารถฝึกภาษาพูด และฟัง กับเพื่อนใหม่ชาวต่างชาติได้อีกด้วย

คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้งาน " สไคพ์ "

ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows 2000 หรือ XP

CPU 400 MHz ขึ้นไป

RAM 128 Mb ขึ้นไป

มีพื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสค์อย่างน้อย 10 MB

การ์ดเสียง (Sound Card), ลำโพง (speakers) และ ไมค์โครโฟน

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (ความเร็วของโมเด็มต่ำสุดที่ใช้งานคือ 33.6 Kbps)

รายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.kapook.com/skype/index.html

 [PZ06] [PZ06] [PZ06]

66
Microsoft Office 2010 / การใช้งาน Microsoft Access 2010
« เมื่อ: วันที่ 26 มิถุนายน 2011, 13:29:41 »
การใช้งาน Microsoft Access 2010



          โปรแกรม Microsoft Access 2010 เป็นโปรแกรมจัดการระบบฐานข้อมูลที่ช่วยจัดการกับระบบฐานข้อมูลได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ตั้งแต่การจัดเก็บ ค้นหา วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูล ซึ่งโปรแกรม Access สามารถทำได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว โปรแกรม Microsoft Acces 2010 ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุด ได้มีการปรับปรุงคุณภาพของโปรแกรมในหลาย ๆ ด้านเพื่อให้การจัดการระบบฐานข้อมูลเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โปรแกรม Access 2010 เป็นโปรแกรมประเภทจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ที่ทำกันในสำนักงาน หรือองค์กรขนาดเล็ก และยังสามารถเขียนกลุ่มโปรแกรม (แมโคร และ มอดูล) ของ วิชวลเบสิก เพื่อใช้ในการทำงานได้ โปรแกรม Access ยังสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Microsoft SQL Server ได้ด้วย

          ความแตกต่างระหว่างโปรแกรม Access กับ Visual Basic หรือ Visual Basic .Net คือ วิชวลเบสิกไม่มีส่วนเก็บข้อมูลในตนเอง แต่สามารถพัฒนาโปรแกรมได้หลากหลาย เช่น พัฒนาโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ โปรแกรมประยุกต์ทางวิทยาศาสตร์ เกมส์ หรือเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลภายนอก เป็นภาษาที่เหมาะกับการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ (Application) ส่วนโปรแกรม Access เหมาะสำหรับนักพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ไม่ต้องการโปรแกรมที่ซับซ้อน ความสามารถของโปรแกรม Access ที่สำคัญคือสร้างตาราง แบบสอบถาม ฟอร์ม หรือรายงานในแฟ้มเดียวกันได้ ด้วยคุณสมบัติพื้นฐานและวิซซาร์ดจึงอำนวยให้โปรแกรม Access พัฒนาโปรแกรมให้แล้วเสร็จได้ในเวลาอันสั้น มีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลอย่างครบถ้วน

1    คุณสมบัติพิเศษของโปรแกรม Microsoft Access 2010
2    การเริ่มต้นสร้างไฟล์ฐานข้อมูล ใน Access 2010
3    ส่วนประกอบของฐานข้อมูล ใน Access 2010
4    การเปิดไฟล์ฐานข้อมูลใน Access 2010
5    การบันทึกไฟล์ฐานข้อมูลใหม่ใน Access 2010
6    การบันทึกไฟล์ข้อมูลใหม่จากไฟล์เก่าที่มีอยู่ใน Access 2010
7    การบันทึกไฟล์ข้อมูลแบบ Access 2002-2003 Database
8    การเปิดใช้งานฐานข้อมูล Northwind ใน Access 2010
9    การเปิดออบเจ็กต์ขึ้นมาใช้งานใน Access 2010
10    การแสดงมุมมองออบเจ็กต์ใน Access 2010
11    การเพิ่มเรคคอร์ดในตารางของ Access 2010
12    การลบเรคคอร์ดออกจากตารางใน Access 2010
13    การเรียงรายชื่อออบเจ็กต์ใน Access 2010
14    การเปลี่ยนชื่อออบเจ็กต์ใน Access 2010
15    การลบออบเจ็กต์ใน Access 2010
16    หลักการสร้างตารางจัดเก็บข้อมูลใน Access 2010
17    การสร้างตารางข้อมูลในมุมมอง Design ของ Access 2010
18    การสร้างตารางข้อมูลจากมุมมอง Datasheet ใน Access 2010
19    การแทรกฟิลด์ ใน Access 2010
20    การลบฟิลด์ ใน Access 2010
21    การคัดลอกตาราง ใน Access 2010
22    การสร้างคีย์ให้กับตารางข้อมูลใน Access 2010
23    การกำหนดคีย์ร่วมใน Access 2010
24    การสร้างดัสชนีใน Access 2010
25    การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตารางใน Access 2010

อื่น ๆ http://www.com5dow.com/

67
Microsoft Office 2010 / การใช้งาน Microsoft Excel 2010
« เมื่อ: วันที่ 26 มิถุนายน 2011, 13:25:18 »
การใช้งาน Microsoft Excel 2010


          โปรแกรม Microsoft Excel 2010 เป็นโปรแกรมที่นิยมใช้ในการจัดการคำนวณ มีความสามารถในการคำนวณสูตรต่างๆ พร้อมทั้งฟังก์ชันที่ช่วยในการคำนวณทางคณิตศาสตร์อีกด้วย หรือจะจัดทำเป็นตารางงานก็ยิ่งสะดวกขึนไปอีก ซึ่งถือว่าเป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์มากมายจริง ๆ สำหรับ Excel เวอร์ชัน 2010 จะมีความคล้ายกับ Microsoft Excel 2007 อยู่พอสมควร แต่ก็มีการพัฉนาเทคนิคการใช้งานบางประการเพื่อให้เราสามารถทำงานได้อย่างสะดวกมากขึ้น

1    ความรู้ทั่วไป Microsoft Excel
2    การจัดรูปแบบข้อความ
3    การคำนวณ และฟังก์ชันเบื้องต้น
4    แผนภูมิ กราฟิก และการพิมพ์

การกำหนดสีให้พื้นเซลล์ใน Excel 2010

การผสานเซลล์ใน Excel 2010

การจัดวางข้อความภายในเซลล์ของ Excel 2010

การกำหนดรูปแบบการแสดงวันที่ใน Excel 2010


การกำหนดรูปแบบตัวเลขใน Excel 2010

การกำหนดแบบอักษรที่ต้องใช้งานอยู่ประจำใน Excel 2010

การยกเลิกการป้องกันแผ่นงานใน Excel 2010

การป้องกันแผ่นงานใน Excel 2010

การล็อกเซลล์ใน Excel 2010

การซ่อนแผ่นงานใน Excel 2010

การคัดลอกแผ่นงานใน Excel 2010

การย้ายตำแหน่งแผ่นงานใน Excel 2010

การลบแผ่นงานใน Excel 2010

การเปลี่ยนสีแถบชื่อแผ่นงานใน Excel 2010

การเปลี่ยนชื่อเวิร์คชีตใน Excel 2010


 อื่นๆ



68
Microsoft Office 2010 / การใช้งาน Microsoft Word 2010
« เมื่อ: วันที่ 26 มิถุนายน 2011, 13:19:14 »
การใช้งาน Microsoft Word 2010 เบื้องต้น

          โปรแกรม Microsoft Word 2010 เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการจัดทำเอกสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น รายงาน จดหมาย ตลอดจนตารางข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก จึงเป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน จนทำให้บริษัทผู้ผลิตได้มีการพัฒนาโปรแกรมให้มีความสามารถมากกว่าเดิมอีก และโปรแกรมใหม่นี้มีชื่อ ว่า Microsoft Word 2010

 :here: :here:
Part 1


 :here: :here:
Part 2

69
Microsoft Office 2010 / การใช้งาน Microsoft Powerpoint 2010
« เมื่อ: วันที่ 26 มิถุนายน 2011, 12:57:08 »
การใช้งาน Microsoft Powerpoint 2010



          โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการนำเสนอผลงานที่หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอผลงานทางธุรกิจ การนำเสนอผลงาานทางการศึกษา ตลอดจนการนำเสนออัลบั้มภาพส่วนตัวต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 นั้นจะมีจุดเด่นตรงที่สามารถใส่ภาพ เสียง ตลอดจนภาพเคลื่อนไหว ลงไปในสไลด์โชว์ได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว ทำให้ได้รับความนิยมมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงเวอร์ชั่นปัจจุบัน Microsoft PowerPoint 2010 ก็กำลังจะเริ่มเป็นที่รู้จักกันในระยะเวลาไม่นาน

1    ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010
2    การสร้างงานนำเสนอ ใน PowerPoint 2010
3    การเพิ่มสไลด์ลงไปในงานนำเสนอ PowerPoint 2010
4    การคัดลอกสไลด์ใน PowerPoint 2010
5    การปรับย่อ-ขยายหน้าจอใน PowerPoint 2010
6    การลบแผ่นสไลด์ใน PowerPoint 2010
7    การบันทึกงานนำเสนอใน PowerPoint 2010
8    การบันทึกไฟล์ PowerPoint 2010 เป็นเวอร์ชัน 97-2003
9    การกำหนดชุดรูปแบบ Theme ใน PowerPoint 2010
10    การปรับเปลี่ยนสี Theme ใน PowerPoint 2010
11    การปรับเปลี่ยนสีพื้นหลังของสไลด์ใน PowerPoint 2010
12    การพิมพ์ข้อความลงไปในสไลด์ PowerPoint 2010
13    การปรับแต่งกล่องข้อความใน PowerPoint 2010
14    การเพิ่มลูกเล่นให้กับกล่องข้อความใน PowerPoint 2010
15    การกำหนดสไตล์ให้กับตัวอักษรใน PowerPoint 2010


70
 [PZ01] [PZ01] [PZ01]

การสร้างบล็อกให้เป็นอย่างมืออาชีพ

1. ใส่ใจกับรูปแบบดีไซน์ของ blog ลองสังเกตดูง่าย ๆ ครับ สำหรับบล็อกชั้นนำของโลก ต่างก็ไม่ได้ใช้ template แจกฟรีที่มีกันทั่วไป แต่บล็อกชั้นนำเหล่านี้ ต่างก็ออกแบบดีไซน์ของบล็อกขึ้นมาเองทั้งหมด ทำให้บล็อกนั้นดูมีความแตกต่าง และมีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น
2. ใส่ใจกับเนื้อหาของบล็อก ก่อนที่คุณจะสร้างบล็อกขึ้นมาซักแห่งหนึ่ง ลองวางแนวทางของเนื้อหาในบล็อกดูก่อนครับ ว่าเราต้องการจะนำเสนอบทความรูปแบบไหน เราจะมีวิธีนำเสนอไปในทางใด สิ่งเหล่านี้ จะทำให้คุณไม่หลุดประเด็น จากที่คุณตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกไงครับ เช่น บล็อกของ keng.com ต้องการจะเป็น บล็อกที่นำเสนอข้อมูลด้านการทำบล็อก ดังนั้นผมวางแนวทางไว้ว่า ต้องมีข่าวสารวงการบล็อกทั่วโลก มาให้ผู้อ่านได้อ่านกัน และยังต้องมีเทคนิคการทำบล็อกสำหรับมือใหม่ เช่นบทความเรื่อง “blog คืออะไร?” และมีเทคนิคสำหรับขั้นผู้เชี่ยวชาญ เช่นการใส่ Tag หรือการ Ping ไปยัง blog search engine เป็นต้น ตัวอย่างข้างต้น ดังเช่นตัวอย่างบทความ ที่ผมเขียนขึ้นมาเหล่านี้ เป็นแนวทาง ในการกำหนดทิศทางของบล็อกครับ
3. ใส่ใจผู้อ่าน มากกว่าใส่ใจตัวเอง เนื้อหาของบล็อกเป็นสิ่งที่ผุ้อ่านใส่ใจใคร่รู้ ไม่ใช่ป้ายโฆษณาที่เราวางระเกะระกะในเว็บไซต์แต่อย่างใด ดังนั้นการจัดรูปแบบโฆษณา ต้องคำนึงถึงจิตใจผู้อ่านด้วยนะครับ ว่าถ้าเป็นเราเอง ไปอ่านบล็อกคนอื่น แล้วมีโฆษณามาเกะกะในตัวบทความ เราชอบหรือไม่ โดยทั่วไปแล้ว ถ้าบทความของเราเขียนได้ดี ผู้อ่านก็จะมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก และอาจมีผู้อ่านมากขึ้นทุก ๆ วัน หลังจากนั้นแล้ว รายได้จากค่าโฆษณาจะตามมาเอง โดยที่เราไม่ต้องไปใส่โฆษณา แทรกลงไปในตัวบทความอีกด้วย
4. ใส่ใจ comment ที่มีเข้ามา บล็อกสามารถใช้ประโยชน์ของการสื่อสาร ได้ด้วยระบบ comment ในตัวเอง ซึ่งโปรแกรมสร้างบล็อก (ฺBlogware) ส่วนใหญ่ มีระบบ comment ติดมาให้ด้วยอยู่แล้ว ลองใช้ระบบนี้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน comment การตอบ comment ต่าง ๆ บางครั้งเราอาจได้ประโยชน์จากการดึงประเด็นเด็ด ๆ จาก comment มาใช้เขียนบทความก็เป็นได้ ดังนั้น ทุก ๆ วันคุณควรที่จะตรวจสอบว่ามี comment ใดเข้ามาบ้าง เพื่อที่จะได้ตอบได้ทันท่วงที เมื่อเราตอบได้เร็ว ผู้อ่านมีอารมณ์ร่วมในการสื่อสาร ทั้งสองฝ่ายก็แฮปปี้ครับ และจุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งถ้าเราตรวจสอบ comment ทุกวันก็คือ เราสามารถลบพวก spam comment ออกได้อย่างทันควันไงครับ
5. ใส่ใจในมาตรฐานของเว็บไซต์ ไม่มีใครรู้ว่าบล็อกของเราจะมีคนเข้ามาอ่านมากแค่ไหน บางครั้งเราอาจต้องมีการปรับปรุงเว็บไซต์ หรือบางครั้งเราอาจต้องมีการปรับแต่งดีไซน์ เพื่อรองรับการขยายตัวอย่างที่เราไม่คาดฝัน ลองมองไปถึงการดีไซน์บล็อกด้วย มาตรฐานของเว็บไซต์ (Web Standard) ซึ่งจะสามารถทำให้บล็อกของคุณ แสดงผลได้ดีในทุก ๆ browser และลองพยายามใช้ css ในทุก ๆ ส่วนที่คุณทำได้ เพราะตัว css นี้มีความยืดหยุ่นสูง ถ้าเราต้องมีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ต่าง ๆ เราจะได้ปรับเฉพาะแค่ไฟล์ css แทนที่จะไปแก้ html ในแต่ละหน้า ลองนึกดูครับว่า ถ้าวันใดที่คุณมีบทความประมาณ 1,000 บทความ แต่คุณต้องมานั่งแก้สีของกรอบรูปภาพ ที่คุณเคยเขียนโค๊ดใส่ border เข้าไปที่โค๊ดของรูปภาพโดยตรง แทนที่จะแก้ไขที่ไฟล์ css แค่บรรทัดเดียว
6. จัดตารางเวลาในการเขียนให้เหมาะสม เมื่อตอนเริ่มเขียนบล็อก คุณอาจใช้เวลาไม่มากนักในการเขียนบทความ แต่เมื่อคุณเขียนมากขึ้นเรื่อย ๆ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี แน่นอนว่าคงต้องมีการกระทบกับเวลาการทำงานอื่น ๆ ของคุณเช่นกัน ดังนั้นลองจัดสรรเวลาสำหรับเขียนบล็อก อาจจะตื่นเช้าสักหน่อย ใช้เวลาในช่วงเช้าก่อนไปทำงาน เขียนบทความสักหนึ่งตอน หรือจะเขียนบทความในช่วงดึก ๆ ก่อนนอนก็ได้ ตรงนี้แล้วแต่คนนะครับ ว่าคุณสะดวกแบบไหน หรือมีเวลาว่างในตอนอื่น ๆ ลองปรับให้เหมาะสมกับตัวเองดูครับ7. ใส่ใจเรื่องขนาดของภาพประกอบบทความ
ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งฉันท์ใด บล็อกย่อมงามเพราะดีไซน์และภาพประกอบ (มั่วจริง ๆ เลยผม) ลองทำความรู้จักกับรูปแบบของไฟล์ภาพชนิดต่าง ๆ ดูนะครับ เช่นไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น .gif นั้น สามารถแสดงผลได้สูงสุด 256 สี แต่ไฟล์ภาพที่เป็นนามสกุล .jpg นั้นสามารถแสดงผลได้สูงสุด 16 ล้านสี ดังนั้นการเลือกที่จะเซฟภาพเป็นไฟล์นามสกุลอะไรนั้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพราะหากเลือกชนิดไฟล์ผิด ภาพที่ออกมาจะไม่สวย และไฟล์อาจมีขนาดใหญ่ผิดปกติ นั่นจะเป็นสิ่งที่กินทรัพยากรของระบบ และบล็อกของคุณมากขึ้นไปอีก เพราะถ้ามีผู้อ่านเยอะ แต่ต้องรอโหลดภาพที่ใหญ่ผิดปกติ ผู้อ่านบางท่านอาจจะเลิกรอเลยครับ ผมขอแนะนำวิธีง่าย ๆ ในการเซฟภาพดังนี้ครับ หากเป็นภาพถ่าย แนะนำให้ใช้เป็น jpg ส่วนถ้าเป็นไฟล์โลโก้ หรือภาพที่มีจำนวนสีน้อย ๆ ลองดูเป็น gif
http://wbi.srru.ac.th/blog/?p=1

71
Blog หรือ เว็บบล็อก / ประโยชน์ของ Blog
« เมื่อ: วันที่ 26 มิถุนายน 2011, 10:31:38 »
 :newe1: :newe1: :newe1:
ประโยชน์ของ Blog

    Blog ในปัจจุบันถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย (ส่วนใหญ่) ใช้งานง่าย ...โดยผู้เขียนไม่ต้องมีความรู้เรื่องการเขียนเว็บไซต์ด้วยโปรแกรมภาษา หรือโปรแกรมสำเร็จรูปใดๆ เลยก็ย่อมได้ สามารถปรับแต่ง แก้ไขได้ง่าย บนหน้าจอ ณ เวลานั้นเลย แต่หากจะมีความรู้เรื่องภาษา Html ก็จะยิ่งดีมากๆ เพื่อช่วยในการปรับแต่งในขั้นลึกยิ่งขึ้น... ประโยชน์ของ Blog นั้นมีมากมาย กว้างขวางยิ่งกว่า ไดอารี่ หรือบันทึกส่วนตัวทั่วๆ ไป

    ประโยชน์ของ Blog สามารถแยกเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

    1.เป็นสื่อที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกของผู้เขียนเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เพื่อเสนอให้ผู้คน สาธารณะได้รับรู้

    2.เป็นเครื่องมือช่วยในด้ารธุรกิจ เช่น การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวขององค์กร การเสนอตัวอย่างสินค้า การขายสินค้า และการทำการตลาดออนไลน์ เป็นต้น

    3.เป็นแหล่งความรู้ใหม่ๆ ที่ถูกต้องและชัดเจน จากผู้มีความรู้เฉพาะด้านๆ นั้น เนื่องจากผู้เขียน Blog มักจะเขียนถึงเรื่องที่ตัวเองถนัด ชอบ และมีความรู้ลึกในเรื่องนั้นๆ การค้นหาข้อมูลเฉพาะด้านใน Blog ต่างๆ จึงทำให้เราค้นพบความรู้ และผู้มีความรู้ความชำนาญในด้านต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น

    4.ทำให้ทันต่อเหตุการณ์ในโลกปัจจุบัน เพราะข่าวสารความรู้ มาจากผู้คนมากมาย(ทั่วโลก) และมักจะเปลี่ยนแปลงได้ทันกับเหตุการณ์ปัจจุบันเสมอ

    ขอบคุณที่มา : http://2talkbig.blogspot.com/2007/06/blog_8254.html


72
 :newe12: :newe12: :newe12: :newe12:

Blog หรือ บล็อก หรือเว็บบล็อก (WeBlog) ความหมายและความเป็นมา

    Blog คืออะไร
              Blog เป็นคำรวมมาจากศัพท์คำว่า เว็บล็อก (WeBlog) สามารถอ่านได้ว่า We Blog หรือ Web Log ไม่ว่าจะอ่านได้อย่างไรทั้งสองคำนี้ก็บ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน ว่าคือบล็อก (Blog)
              คำว่า "บล็อก" สามารถใช้เป็นคำกริยาได้ซึ่งหมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผู้ที่เขียนบล็อกเป็นอาชีพก็จะถูกเรียกว่า "บล็อกเกอร์"
    ความเป็นมาของบล็อก
             คำว่า เว็บล็อก “Weblog” ถูกบัญญัติขึ้นครั้งแรกโดย นายจอร์น บาจเจอร์(Jorn Barger) นักเขียนชาวอเมริกา ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2540 โดยความหมายเดิมมาจากการรวมคำว่า "logging the web" เพื่อใช้อ้างอิงเว็บเพจซึ่งเขาได้รวบรวมเอาลิ๊งก์ที่เขาสนใจในแต่ละวัน ไว้ในเว็บไซต์ www.robotwisdom.com ของเขาเอง
             เริ่มแรกคนที่เขียนบล็อกนั้นยังทำกันในระบบ Manual คือเขียนเว็บเพจขึ้นเองทีละหน้า เขียนเป็นงานอดิเรกของกลุ่มสื่ออิสระต่างๆ หลายๆ แห่งกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญให้กับหนังสือพิมพ์หรือสำนักข่าวชั้นนำ แต่ในปัจจุบันนี้ผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก หันมาเขียนบล็อกกันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา อาจารย์ นักเขียน ตลอดจนผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ อีกทั้งยังมีเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ให้เราใช้ในการเขียนบล็อกได้มากมาย เช่น Drupal, WordPress, Movable Type เป็นต้น

              ต่อมานาย Peter Merholz มาเรียกย่อเหลือแต่ “Blog” แทนในเดือนเมษายน ปี พ.ศ.2542 และคำคำนี้เริ่มใช้เป็นครั้งแรกๆ ผ่านทางหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสาร จนมาถึงวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2546 ทาง Oxford English Dictionary จึงได้บรรจุคำว่า blog ในพจนานุกรม แสดงว่าได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ บล็อก (Blog) ขึ้นแท่นศัพท์ยอดฮิต อันดับหนึ่ง ซึ่งถูกเสาะแสวงหา ความหมาย ทางพจนานุกรมออนไลน์ มากที่สุด ประจำปี 2547 และคนเขียนบล็อกก็ได้รับการยอมรับจากสื่อและสำนักข่าวต่างๆ ถึงความรวดเร็วในการให้ข้อมูลตั้งแต่เรื่องการเมืองไปจนกระทั่งเรื่องราวของการประชุมระดับชาติ และจากเหตุการณ์เหล่านี้ นับได้ว่าบล็อกเป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจาก วีดีโอ, สิ่งพิมพ์, โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งวิทยุ เราสามารถเรียกได้ว่าบล็อกได้เข้ามาเป็นสื่อชนิดใหม่ที่สำคัญอย่างแท้จริง
              สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เว็บไซต์ ดิกชั่นนารีหรือ พจนานุกรมออนไลน์ “เมอร์เรียม-เว็บสเตอร์” ได้ประกาศรายชื่อ คำศัพท์ซึ่งถูกคลิก เข้าไปค้นหาความหมายผ่านระบบออนไลน์มากที่สุด 10 อันดับแรกประจำปีนี้ ซึ่งอันดับหนึ่งตกเป็นของคำว่า “บล็อก” (blog) ซึ่งเป็นคำย่อของ “เว็บ ล็อก” (web log) โดยนายอาเธอร์ บิคเนล โฆษกสำนักพิมพ์พจนานุกรมฉบับเมอร์เรียม-เว็บสเตอร์ กล่าวว่า สำนักพิมพ์ได้เตรียมที่จะนำคำว่า “บล็อก” บรรจุลงในพจนานุกรมฉบับล่าสุดทั้งที่เป็นเล่มและฉบับออนไลน์แล้ว แต่จากความต้องการของผู้ใช้ที่หลั่งไหลเข้ามา ทำให้เมอร์เรียม-เว็บสเตอร์ตัดสินใจบรรจุคำว่า “บล็อก” ลงในเว็บไซต์ในสังกัดบางแห่งไปก่อน โดยให้คำจำกัดความไว้ว่า “เว็บไซต์ที่บรรจุ เรื่องราวเกี่ยวกับบันทึกส่วนตัวประจำวัน ซึ่งสะท้อนถึงมุมมอง ความคิดเห็นของบุคคล โดยอาจรวมลิงค์เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่นๆ ตามความประสงค์ของเจ้าของเว็บล็อกเองด้วย” โดยทั่วไปคำศัพท์ที่ถูกบรรจุลงในพจนานุกรมนั้นจะต้องผ่านการใช้งาน อย่างแพร่หลาย มาไม่น้อยกว่า 20 ปี ซึ่งหมายความว่าคำคำนั้นจะต้องถูกนำมาใช้โดยทั่วไปในระยะเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันคำศัพท์ ทางเทคโนโลยีรวมไปถึงโรคภัยไข้เจ็บใหม่ๆ อย่างเช่น โรคเอดส์ โรคไข้หวัดซาร์ส ถูกบรรจุลงในพจนานุกรมภายในระยะเวลาอันสั้น
               บล็อกมีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบันในวงการสื่อมวลชนในหลายประเทศ เนื่องจากระบบแก้ไขที่เรียบง่าย และสามารถตีพิมพ์เรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้ความรู้ในการเขียนเว็บไซต์ เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูล หรือแนวความคิด โดยการเขียนบล็อกสามารถเผยแพร่ข้อมูลสู่ประชาชนได้รวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าสื่อในด้านอื่นจากความนิยมที่มากขึ้น ทำให้หลายเว็บไซต์เปิดให้มีส่วนการใช้งานบล็อกเพิ่มขึ้นมาในเว็บของตนเอง เพื่อเรียกให้มีการเข้าสู่เว็บไซต์มากขึ้นทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน
    ความหมายของคำว่า Blog
              บล็อก คือรูปแบบหนึ่งของเว็บไซต์ เป็นการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของบล็อกนั้นสามารถครอบคลุมได้ทุกเรื่อง มีเนื้อหาได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัวที่เรียกกันว่า ไดอารีออนไลน์ หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่างๆ สามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลายด้าน เช่น สิ่งแวดล้อม การเมือง เทคโนโลยี กีฬา ธุรกิจการค้า การศึกษา เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถแตกแขนงไปในเนื้อหาในประเภทต่างๆ อีกมากมาย ตามความถนัด ความสนใจของเจ้าของบล็อก เพราะสิ่งสำคัญที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อกนั่นเอง
              บล็อกถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้ที่ลำดับแรกสุด (ปัจจุบันสามารถให้เรียงตามลำดับเวลาก่อนหลังอย่างที่ต้องการได้) โดยปกติบล็อกจะประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพ ลิงค์ และสื่อชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เพลง วิดีโอ หรือสื่ออื่นๆ ที่สามารถแสดงผลผ่านเว็บไซต์ได้
              จุดเด่น และจุดแตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคือ บล็อกเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมายผ่านทางระบบการแสดงความคิดเห็น (Comment) ของตนเองใส่ลงไปในบทความนั้นๆ ซึ่งทำให้ผู้เขียนสามารถได้ผลตอบกลับโดยทันที บล็อกบางแห่งจะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่น กลุ่มเพื่อนๆ หรือครอบครัว
              บล็อกในปัจจุบันถือเป็นเทคโนโลยีเว็บ 2.0
    ส่วนประกอบของ Blog
              บล็อกประกอบไปด้วยส่วนประกอบ 3 ส่วนสำคัญ คือ
    1. หัวข้อ (Title) หรือ ชื่อบทความ (ฺ Entry Title) คือ ชื่อเรื่องของบทความที่เขียนในบล็อก
    2. เนื้อหา (Post หรือ Content) อาจเป็นตัวหนังสือ หรืออาจเป็นรูปภาพ วีดีโอ หรือ อนิเมชั่น เป็นต้น โดยส่วนประกอบเหล่านี้จะรวมเป็นส่วนเนื้อหาของบทความ
    3. วันเวลาที่เขียน (Date/Time) เป็นวันที่และบางทีอาจมีเวลากำกับอยู่ด้วย ตัววันที่และเวลานี้ จะเป็นตัวบอกว่าบทความในบล็อกนั้นเขียนขึ้นมาเมื่อไหร่ แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ บางครั้งอาจมีวันเวลาระบุอยู่ในส่วนของ comment ด้วย ซึ่งจะเป็นการบ่งบอกว่า comment นั้นเขียนเข้ามาเมื่อไหร่เช่นกัน
               นอกจากนี้อาจจะยังมีส่วนประกอบย่อยๆอีก ซึ่งแล้วแต่ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นมา เช่น
    - ชื่อผู้เขียน (Blog Author) บางบล็อก อาจมีการระบุชื่อผู้เขียนไว้ในบล็อกด้วย โดยตำแหน่งที่จะใส่ชื่อผู้เขียนนั้น สามารถไว้ที่ตำแหน่งใดก็ได้ เช่นด้านข้างของหน้าบล็อก (sidebar) หรืออยู่ในตัวบทความ
    - ความคิดเห็น (Comment) เป็นลิงค์ที่ให้ผู้อ่านคลิกไปเพื่อกรอกความคิดเห็นให้กับบล็อกนั้น ๆ หรืออ่านความเห็นที่มีคนเขียนเข้ามา
    - ปฎิทิน (Calendar) บล็อกบางแห่งอาจมีปฎิทินอยู่ด้วย โดยในปฎิทินนั้นสามารถคลิกตามวันที่ เพื่ออ่านบทความของวันที่นั้น ๆ ได้
    - บทความย้อนหลัง (Archives) บทความเก่า หรือบทความย้อนหลัง อาจมีการจัดเตรียมไว้โดยเจ้าของบล็อก โดยบล็อกแต่ละแห่งอาจจัดเรียงบทความย้อนหลังไม่เหมือนกัน เช่นจัดเรียงรายเดือน รายสัปดาห์ รายวัน หรือจะ list บทความทั้งหมดออกมาเลยก็ได้
    - ลิงค์ไปยังเว็บอื่น (Links) เป็นจุดเด่นและความสนุกของบล็อกอีกอย่างหนึ่ง โดยบล็อกแต่ละแห่ง อาจมีลิงค์ไปยังเว็บอื่นหลากหลายเว็บ บางครั้งเราสามารถเรียก link พวกนี้ว่า blogroll
    - RSS หรือ XML ตัว RSS นี้อาจมีเตรียมไว้ให้เราโดยอัตโนมัติขึ้นอยู่กับ Blogware หรือ Blog Host ที่เราเลือกใช้ เช่น WordPress หรือ MovableType นั้นจะมี RSS ลิงค์ไว้ให้เราโดยอัตโนมัติ โดยเจ้า RSS Feed นี้จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าถึงบทความของเราได้ง่ายขึ้น โดยการใช้โปรแกรมช่วยอ่าน Feed ได้ด้วย บางครั้งนักเขียน Blog คนอื่น ก็อาจใช้ RSS Feed นี้เพื่อประโยชน์ในการดึงข้อมูลไปแสดงในเว็บ หรือบล็อกของตนได้
    การใช้งานบล็อก
    ผู้ใช้งานบล็อกจะแก้ไขและบริหารบล็อกผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์เหมือนการใช้งานและอ่านเว็บไซต์ทั่วไป โดยจะมีรูปแบบบริหารบล็อกที่แตกต่างกัน เช่นบางระบบที่มีบรรณาธิการของบล็อก ผู้เขียนหลายคนจะส่งเรื่องเข้าทางบล็อก และจะต้องรอให้บรรณาธิการอนุมัติให้บล็อกเผยแพร่ก่อน บล็อกถึงจะแสดงผลในเว็บไซต์นั้นได้ ซึ่งจะแตกต่างจากบล็อกส่วนตัวที่จะให้แสดงผลได้ทันที
    ผู้เขียนบล็อกในปัจจุบันจะใช้งานบล็อกในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งไม่ว่า ติดตั้งซอฟต์แวร์ของตัวเอง หรือใช้งานบล็อกผ่านทางเว็บไซต์ที่ให้บริการบล็อก ผู้เขียนบล็อกสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องมีพื้นฐานความรู้ในด้าน HTML หรือการทำเว็บไซต์แต่อย่างใด ทำให้ผู้เขียนบล็อกสามารถใช้เวลาส่วนใหญ่ในการบริหารจัดการ เพิ่มเติม ข้อมูลและสารสนเทศแทนได้ นอกจากนี้ระบบการจัดการบล็อกจะสนับสนุน ระบบ WYSIWYG ซึ่งทำให้ง่ายต่อการเขียน และอาจเพิ่มเติมการมีเทมเพลตในหลายแบบให้เลือกใช้
    สำหรับผู้อ่านบล็อกจะใช้งานได้ในลักษณะเหมือนอ่านเว็บไซต์ทั่วไป และสามารถแสดงความเห็นได้ในส่วนท้ายของแต่ละบล็อกโดยอาจจะต้องผ่านการลงทะเบียนในบางบล็อก นอกจากนี้ผู้อ่านบล็อกสามารถอ่านบล็อกได้ผ่านระบบฟีด (Feed) ซึ่งมีให้บริการในบล็อกทั่วไป ทำให้ผู้ใช้สามารถอ่านบล็อกได้โดยตรงผ่านโปรแกรมตัวอื่นโดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาสู่หน้าบล็อกนั้น

  

========================================================

ความหมายของ Weblog

บล็อก (Blog) หรือ เว็บบล็อก (Weblog) ปัจจุบันได้ถูกนำมาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันมีประโยชน์อะไร และจะนำมาใช้งานอย่างไร และมีโครงสร้างหรือองค์ประกอบอะไรถึงจะเรียกได้ว่าเป็นเว็บบล็อก (Weblog)ความหมายของเว็บบล็อก(Weblog) บล็อก (Blog) หรือ เว็บบล็อก (Weblog) เป็นหน้าเว็บประเภทหนึ่ง

ซึ่งคำว่า Blog ย่อมาจากคำว่า Weblog หรือ web log โดยคำว่า Weblog นั้นมาจาก web(เวิลด์ไวด์เว็บ) และ log (ปูม, บันทึก) รวมกัน หมายถึง บันทึกบนเวิล์ดไวด์เว็บ นั่นเอง ในปัจจุบันบล็อก ถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ฯลฯ และกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยขณะนี้ได้มีผู้ให้บริการบล็อกมากมาย ทั้งแบบให้บริการฟรี และเสียค่าใช้จ่าย (“http://th.wikipedia.org/wiki/Weblog”)บล็อกในระบบการจัดการเนื้อหาเว็บไชต์ (CMS: Content Management System)

บล็อกนับว่าเป็น ระบบจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ อย่างหนึ่ง คือเป็นระบบที่ช่วยสร้างและบริหารจัดการเพิ่มเติม แก้ไข เผยแพร่ เอกสารเนื้อหาสาระ สารสนเทศต่างๆ ในเว็บไซต์หรือที่เราเรียกว่าเป็นเอกสาร HTML ที่เคยยุ่งยากได้อย่างง่ายดาย โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้าน HTML เลยก็ได้ภายในระบบจะมีส่วนประกอบของเครื่องมือที่เป็น WYSIWYG editor (what you see is what you get) เห็นอย่างไรในขณะที่ทำก็จะได้ผลตามที่เห็น ด้วยเครื่องมือที่ดูและเข้าใจง่ายๆ คล้ายกับเครื่องมือหรือสัญลักษณ์ในโปรแกรมการพิมพ์งานทั่วๆ ไป หรือเหมือนกับการส่งอีเมลทั่วไป คือตั้งหัวข้อ ใส่เนื้อหา แค่นี้ก็ออนไลน์ได้แล้ว ระบบนี้จึงทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจและสร้างเอกสารได้ง่ายสิ่งสำคัญก็คือมีรูปแบบกราฟิกสีสัน (template) และการจัดวางองค์ประกอบ (Layout) สำเร็จรูป มาเลือกให้ใช้มากมาย สามารถปรับเปลี่ยนชุดเทมเพลทได้ตามใจและกระทำได้ตลอดเวลาที่ต้องการขอแนะนำให้ทดลองใช้ของฟรีชื่อ WordPress อนาคตของการบริหารจัดการสารสนเทศทั้งขององค์กรและส่วนตัวในอนาคต จึงจะมีแนวโน้มที่จะใช้ระบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ(“http://th.wikipedia.org/wiki/Weblog”)

ในความหมายของคำว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์โดยเนื้อหาของ Blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเองมีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเภทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท วิจารณ์การเมือง หรือการรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถ แตกแขนงไปในเนื้อหาในประเภทต่าง ๆ อีกมากมายตามแต่ความถนัดของเจ้าของบล็อก ซึ่งมักจะเขียนบทความเรื่องที่ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น

จุดเด่นที่สุดของ Blog คือ สามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเองในอดีตแรกเริ่ม คนที่เขียน Blog นั้นยังทำกันในระบบManual คือเขียนเว็บเองทีละหน้า แต่ในปัจจุบันนี้ มีเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ให้เราใช้ในการเขียนBlog ได้มากมาย เช่น WordPress, Movable Type เป็นต้นผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก หันมาเขียน Blog กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นักเรียนอาจารย์ นักเขียน ตลอดจนถึงระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้น NasDaq และจากเหตุการณ์เหล่านี้นับได้ว่า Blog เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจาก วีดีโอ , สิ่งพิมพ์ , โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งวิทยุ เรา สามารถเรียกได้ว่า Blog ได้เข้ามาเป็นสื่อชนิดใหม่ ที่สำคัญอย่าง

แท้จริงสรุปให้ง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือBlog คือเว็บไซต์ ที่มีรูปแบบเนื้อหา เป็นเหมือนบันทึกส่วนตัวออนไลน์ มีส่วนของการ commentsและก็จะมี link ไปยังเว็บอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

========================================================

 :newe12: :newe12: :newe12: :newe12:

Blog หรือ บล็อก เป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้นอยู่กับเจ้าของบล็อก โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลายด้านที่สามารถสื่อสารถึงกันระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อก นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนเฉพาะเรื่องส่วนตัวหรือจะเรียกว่าไดอารีออนไลน์ ซึ่งไดอารีออนไลน์นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้บล็อกในปัจจุบัน นอกจากนี้ตามบริษัทเอกชนหลายแห่งได้มีการจัดทำบล็อกของทางบริษัทขึ้น โดยมีการเขียนบล็อกออกมาในลักษณะเดียวกับข่าวสั้น และได้รับการตอบรับจากทางลูกค้าที่แสดงความเห็นตอบกลับเข้าไป เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์

การใช้งานบล็อก ผู้ใช้งานบล็อกจะแก้ไขและบริหารบล็อกผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์เหมือนการใช้งานและอ่านเว็บไซต์ทั่วไป โดยจะมีรูปแบบบริหารบล็อกที่แตกต่างกัน เช่นบางระบบที่มีบรรณาธิการของบล็อก ผู้เขียนหลายคนจะส่งเรื่องเข้าทางบล็อก และจะต้องรอให้บรรณาธิการอนุมัติให้บล็อกเผยแพร่ก่อน บล็อกถึงจะแสดงผลในเว็บไซต์นั้นได้ ซึ่งจะแตกต่างจากบล็อกส่วนตัวที่จะให้แสดงผลได้ทันที




ผู้เขียนบล็อกในปัจจุบันจะใช้งานบล็อกในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งไม่ว่า ติดตั้งซอฟต์แวร์ของตัวเอง หรือใช้งานบล็อกผ่านทางเว็บไซต์ที่ให้บริการบล็อก  สำหรับผู้อ่านบล็อกจะใช้งานได้ในลักษณะเหมือนอ่านเว็บไซต์ทั่วไป และสามารถแสดงความเห็นได้ในส่วนท้ายของแต่ละบล็อกโดยอาจจะต้องผ่านการลงทะเบียนในบางบล็อก นอกจากนี้ผู้อ่านบล็อกสามารถอ่านบล็อกได้ผ่านระบบฟีด ซึ่งมีให้บริการในบล็อกทั่วไป ทำให้ผู้ใช้สามารถอ่านบล็อกได้โดยตรง ผ่านโปรแกรมตัวอื่นโดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาสู่หน้าบล็อกนั้น
บล็อกซอฟต์แวร์ที่เป็นที่รู้จักและนิยมพร้อมทั้งชื่อซอฟต์แวร์ที่ใช้พัฒนา

    Drupal (ซอฟท์แวร์ที่ใช้พัฒนา PHP/MySQL)
    WordPress (PHP php/ MySQL)
    Slash (perl)
    Typepad (PHP php/ MySQL)
    Joomla (PHP / MySQL l)
    Mambo (PHP / MySQL)
    Blogger (Google) ,Typepad, WordPress ,Windows live Space (Microsoft)
    Blognone (บล็อกสำหรับเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีและข่าวไอทีอย่างเดียว) GotoKnow,  learners.in.th , OKnation




ผู้ให้บริการบล็อกที่เป็นที่รู้จัก
ผู้ให้บริการบล็อกในประเทศไทยที่เป็นที่รู้จัก

http://th.wikipedia.org/wiki



 :yoyo_71: :yoyo_71: :yoyo_71:


73
 :yoyo_71: :yoyo_71: :yoyo_71: :yoyo_71:

วิธีแก้ปัญหา Login เข้า Facebook ไม่ได้


ช่วงนี้มีคนถามเข้ามากันเยอะมากเรื่องไม่สามารถ log in เข้าใช้งาน facebook ได้ พอดีมีบล็อกของคุณปรียาพร ซึ่งเคยเขียนเรื่อง Facebook เล่นยังไงไม่ให้โดนแบน ได้แนะนำเรื่องวิธีการแก้ไขปัญหาพื้นฐานเอาไว้ครับ ก็เลยขออนุญาตคัดลอกมาลง เพื่อจะได้เป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังเจอปัญหานี้กันครับ ลองดูแล้วได้ผลยังไงกันบ้างก็ช่วยกันแจ้งให้ทราบเป็นความรู้ด้วยนะครับ

ต้นฉบับของบทความนี้สามารถอ่านได้จากที่นี่นะครับ วิธีแก้ปัญหา Login เข้า Facebook ไม่ได้ หรือถ้ามีคำถามหรืออยากปรึกษาอะไรก็สามารถไปถามผู้เขียนได้ที่บล็อกต้นทางเช่นกันครับ

===============================================

หลังจากที่เขียนเรื่อง Facebook เล่นยังไงไม่ให้โดนแบน เพื่อให้เพื่อน ๆได้ระมัดระวังในการใช้ Facebook ให้ถูกกฎกติกาแล้ว มาพักหลังมีคำถามมากมาย เกี่ยวกับปัญหา Login เข้า Facebook ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดิม Browser เดิม User และ Password เดิมที่ใช้อยู่เป็นประจำ อยู่ ๆ ก็ Login ไม่ได้เฉยเลย ในขณะที่บัญชีของเพื่อนๆ กลับใช้ได้ ปกติ

ดิฉันจะเกริ่นภาพรวมของระบบเครือข่ายออนไลน์ให้คุณเข้าสักนิดก่อนนะคะว่า เวลาที่คุณเปิดบัญชีอะไรก็ตาม สมมติว่า เป็นบัญชี Facebook , Google , yahoo หรือ Twitter ฯลฯ ทุกบัญชีเหล่านี้ จะมีความสัมพันธ์กับบัญชีอีเมล์ของคุณด้วย เวลาที่คุณเปิดบัญชีใหม่ การตั้ง ชื่อ User และ Password ก็มักจะคล้าย ๆ หรือเหมือนกันทุกบัญชี โดยเฉพาะ Password ที่เกือบทุกคนจะใช้ Password เดียวกันทุกบัญชี เพื่อให้จำง่าย
นี่แหล่ะค่ะคือ ปัญหา

โดยโครงสร้างการทำงานของระบบเครือข่ายทั่วโลก จะมีความสัมพันธ์ โยงใยกันอีรุงตุงนังไปหมด ที่นี้ ระบบตรวจสอบ ก็คือหุ่นยนต์ Robot เสมือนเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จะคอยสอดส่องดูแลความเคลื่อนไหวของทุกบัญชี ในทุก ๆ วินาที โดยเฉพาะบัญชีที่มีการเคลื่อนไหวเป็นประจำ สม่ำเสมอ Robot จะชอบมาก และจำแม่น
แล้วมันเกี่ยวยังไงกับบัญชีของคุณ

เมื่อ Robot ได้ตรวจสอบพบว่า มีบัญชีเกิดขึ้นมากมายที่หน้าตาคล้าย ๆ หรือเหมือนกัน จึงเกิดความสับสน ไม่รู้ว่าบัญชีไหน เป็นบัญชีที่มีตัวตน ที่เป็นคนใช้จริง ๆ ไม่ใช่โปรแกรม Software จึงมีความจำเป็นต้องระงับบัญชีที่ถูกตรวจพบขึ้นก่อน ทำให้คุณไม่สามารถ Login เข้าไปได้

ข้อความก็จะปรากฎขึ้นมา ดังนี้

Confirm Your Identity
To continue, we need you to provide your mobile phone number. This quick security check helps keep Facebook a community of real people who connect and share using their real identities. If you ever lose your password, you’ll also be able to use your mobile number to access your account.
Confirm your identity by adding a mobile number to your account  Add your phone

วิธีแก้ไขมี 3 ชั้นตอน ในการยืนยันตัวตนที่แท้จริงของคุณ

โดยระบบจะขึ้นคำสั่งอัตโนมัติมาให้คุณ ดังนี้

1. Add Your Phone  คุณก็ใช้โทรศัพท์มือถือของคุณ เลือก ระบบ AIS หรือ DTAC (ระบบอื่น ๆไม่น่าจะใช้ได้ค่ะ) ส่ง SMS ด้วยการพิมพ์ f ไปที่หมายเลขที่เขาแจ้ง xxxx

2. ภายใน 2-3 วินาที ระบบตอบรับอัตโนมัติจะส่ง รหัสผ่านใหม่ มาให้คุณที่โทรศัพท์มือถือเครื่องที่คุณใช้โทร.ไปยืนยัน

3. คุณก็ใช้ รหัสใหม่นั้น Login เข้าได้เลย

**สำคัญมาก** เมื่อ Login เข้า ได้แล้ว คุณต้องรีบไปที่ เมนูขวามือ เลือกคำสั่ง ตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ จากนั้นคลิกที่เปลี่ยนรหัสผ่าน ระบบจะขึ้นข้อความมาให้ 4 บรรทัด เกี่ยวกับการ ตั้งรหัสผ่านใหม่ ดังนี้

-   กรุณา อย่าใช้รหัสผ่านเดียวกับที่คุณใช้ในบัญชีออนไลน์อื่นๆ

-   รหัสผ่านใหม่ของคุณจะต้องมีความยาวอย่างน้อย 6 ตัวอักษร

-   ใช้ได้ทั้งตัวอักษร ตัวเลข และเครื่องหมายวรรคตอนประกอบกัน

-   รหัสผ่านจำแนกตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก กรุณาตรวจสอบปุ่ม CAP
ปัญหาของคุณก็คือ
คุณใช้รหัสผ่านเดียวกับที่คุณใช้ในบัญชีออนไลน์อื่น ๆ

Robot มันก็เลยงง ไงคะ ว่าสิ่งที่ถูกตรวจพบนั้น อันไหนจริง อันไหนหลอก เป็นคน หรือ Software ซึ่งความเป็นจริงอาจจะเป็นบัญชีที่ถูกต้องของคุณทุกบัญชีก็ได้ แต่คุณดันไปใช้รหัสผ่านเดียวกันหมด Robot  อาจคิดว่าเป็นการ Spam จึงต้องแจ้งไปที่ศูนย์บัญชาการให้ระงับบัญชีคุณชั่วคราว เพื่อเป็นการป้องกันความปลอดภัยให้กับบัญชีของคุณ

ปล. 1 อย่านิ่งนอนใจที่จะรีบเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ ถ้าไม่ต้องการ Login เข้า Facebook ด้วยการยืนยันด้วยโทรศัพท์ทุกครั้ง เพราะถ้ายังใช้รหัสเดิม ซึ่งตรงกับบัญชีออนไลน์อื่น ๆ ระบบจะส่งคำเตือนมาแบบเดิมอีกค่ะ

ปล. 2 โปรดจดจำรหัสผ่านใหม่ให้ดี  เพราะปัญหาต่อไปในเรื่องนี้ ก็คือ ลืมรหัสผ่านของตัวเอง นะจ๊ะ

ปล. 3 ข้อนี้เผื่อไว้ค่ะ ลองเปลี่ยน Browser ดูนะคะ สมมติว่า Browser เดิมของคุณ คือ Windows Internet Explorer  คุณก็เปลี่ยนมาใช้ Mozilla Firefox  , Maxthon Browser หรือ google Chrome  ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมมาทดลองใช้ได้เลย ลองศึกษาดูนะคะ

นอกจากนี้ ยังมีอีก 1 อาการ ที่อาจถูกระงับการใช้ชั่วคราว ข้อความจะขึ้นมา ดังนี้

Account Unavailable
Your account is temporarily unavailable
due to site maintenance. It should be available
again within a few hours. We apologize for the inconvenience.

ถ้าข้อความขึ้นมาแบบนี้ ไม่ต้องตกใจนะคะ บัญชีคุณไม่สามารถใช้ได้ชั่วคราว เนื่องจากอยู่ระหว่างการแก้ไขปรับปรุงเว็บไซต์ และจะสามารถใช้ได้ ภายในไม่กี่ชั่วโมง ขออภัยในความไม่สะดวก

สาเหตุหลัก ๆ ก็คงมีเพียงเท่านี้ ที่ผู้ใช้ทุกคนไม่เคยได้นึกถึง ส่วนใหญ่มักจะใส่ใจในเรื่องของการพัฒนาเพิ่ม Appication ต่าง ๆอย่างสนุกสนาน แต่พอเกิดปัญหา ไม่เห็นจะมีใครมาคอยบอกกันเลย สุดท้าย ก็สรุปง่าย ๆว่า ไปเปิดบัญชีใหม่ละกัน

 :l36: :l36: :l36: :l36:

74
 :l29: :l29: :l29: :l29:

ไปสืบค้น เจอมา เลยหยิบมาฝาก มีแทบทุกเรื่อง

  :30a: Facebook คืออะไร :30a:

         Facebook (เฟสบุ๊ค) คือ บริการบนอินเทอร์เน็ตบริการหนึ่ง ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารและร่วมทำกิจกรรมใดกิจกรรม หนึ่งหรือหลายๆ กิจกรรมกับผู้ใช้ Facebook คนอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งประเด็นถามตอบในเรื่องที่สนใจ, โพสต์รูปภาพ , โพสต์คลิปวิดีโอ, เขียนบทความหรือบล็อก, แชทคุยกันแบบสดๆ , เล่นเกมส์แบบเป็นกลุ่ม (เป็นที่นิยมกันอย่างมาก) และยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ผ่านแอพลิเคชั่นเสริม (Applications) ที่มีอยู่อย่างมากมาย ซึ่งแอพลิเคชั่นดังกล่าวได้ถูกพัฒนาเข้ามาเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ จนเรียกได้ว่าเลือกใช้กันทั้งปีก็ไม่หมดครับ
         ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ Facebook ยังเปิดโอกาสให้เราได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ ทั้งเพื่อนซี้เพื่อนเก่าก๊วนรัก เพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนร่วมชมรม เพื่อนของเพื่อนของเพื่อน เพื่อนเรา คนบ้านเดียวกัน และไม่นานนัก เราก็จะได้พบกับเพื่อนใหม่ที่ถูกใจจริงๆ ครับ

  :10: วิธีใช้ facebook
  :10: วิธีสมัคร Facebook
  :10:  ตั้งค่า Profile ใน Facebook
  :10:  วิธีค้นหาและขอ Add เพื่อน
  :10: วิธีตอบรับเพื่อนที่มาขอ Add เรา
  :10: Add เพื่อนที่ Facebook แนะนำมาให้
  :10: อะไร ตรงไหน ที่เราต้องใช้บ่อยๆใน Facebook
  :10:  Wall (วอลล์) พื้นที่สำหรับโพสต์ข้อมูลใน Facebook
  :10:  วิธีโพสข้อความใน Facebook
  :10:  วิธีโพสต์รูปภาพใน Facebook
  :10:  วิธีโพสต์วิดีโอใน Facebook
  :10:  วิธีโพสต์ตารางกิจกรรมนัดหมายใน Facebook
  :10:  วิธีโพสต์ลิงค์ใน Facebook
  :10:  วิธีโพสต์คลิป Youtube ใน Facebook
  :10:  วิธีตอบกระทู้แสดงความคิดเห็น
  :10:  เขียนบันทึกสำหรับเล่าเรื่องราวของเราใน Facebook
  :10:  ตรวจสอบสถานะการโพสต์โต้ตอบกับเพื่อนๆใน Facebook
  :10:  วิธีแบ่งปันและเผยแพร่ข้อมูลใน Facebook
  :10:  เข้าไปโพสต์ในหน้าข้อมูลส่วนตัว(Profile)ของเพื่อน
  :10:  เมื่อมีเพื่อนชวนไปร่วมกิจกรรมหรือเล่นเกมส์
  :10:  แชทคุยกันสดๆ ใน Facebook
  :10:  วิธี ส่ง-รับ จดหมายส่วนตัว
  :10:  วิธีติดตั้งเกมและแอพพลิเคชั่นใน Facebook
  :10:  วิธีลบเกมและแอพพลิเคชั่นออกจาก Facebook
  :10:  วิธีสร้างเมนูลัดให้กับเกมและแอพพลิเคชั่นสุดโปรด(Bookmarks)
  :10:  ส่งการ์ดและของขวัญอวยพรวันเกิดให้กับเพื่อนใน Facebook ด้วย Birthday Calendar
  :10:  สร้างคำถามเพื่อการทายด้วย Quiz Planet!
  :10:  วิธีสร้างแคมเปญรณรงค์ใน Facebook ด้วย Campaign Maker
  :10:  วิธีย่อURLเฟสบุ๊คของเราให้จำง่าย
  :10:  วิธีสร้างกรุ๊ปรวมรายชื่อเพื่อนในลิสต์
  :10:  วิธีลบชื่อเพื่อนออกจากเฟสบุ๊คของเรา
  :10:  ยกเลิกการรับอีเมล์จาก Facebook
  :10:  ยกเลิก facebook
  :10:  วิธีติด แท็ก (Tag) ในfacebook
  :10:  เปลี่ยน E-mail ติดต่อใน Facebook
  :10:  Fan Page คืออะไร

  เป็นส่วนหนึ่งของเว็บกระปุก รายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆ ตามลิงก์ด้านล่าง

http://facebook.kapook.com/howto/index.php

75
 :newe11: :newe11: :newe11:

คำเตือน สแปมตัวร้ายบน Facebook พร้อมวิธีแก้ไข ก่อนจะเสีย Account สุดรักของคุณไป



เตือนภัยครับ สำหรับคนที่มี Facebook เป็นของตัวเอง โดยเจ้า Spam ตัวนี้จะมาในรูปแบบการโพสต์ลิงค์ที่ขึ้นว่า -How to see who viewed your profile?-, หรืออาจจะมาโพสอะไรที่หน้าของเรา แล้วให้เรากด -Verify- ห้ามไปกดเด็ดขาดนะครับ เพราะถ้าไปกดแล้ว สแปมตัวนี้จะแฮ๊กซ์ข้อมูลเราไปทั้งหมด

นี่เป็นวิธีแก้ไขนะครับ สำหรับผู้ที่กดไปแล้ว
1.) เข้าไปที่ Account > Privacy Setting
2.) เข้าไปที่ Apps and Websites คลิก Edit your settings...
3.) ในช่อง Apps you use คลิก Edit Settings
4.) Apps ที่เกิดขึ้นล่าสุด ถ้าเห็นว่ามันแปลกปลอมให้คลิก x เพื่อกดลบ
5.) เปลี่ยน Password ใหม่ โดยเข้าไปที่ Account > Account Setting ในส่วน Password ให้กด change แล้วเปลี่ยนพาสเวิร์ดใหม่

by Kittipong TechXcite

หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 9