ผู้เขียน หัวข้อ: โมกหลวง 7-34190-001-570  (อ่าน 692 ครั้ง)

ออฟไลน์ วนิดา ทาประจิตร

  • มือใหม่
  • *
  • กระทู้: 5
    • ดูรายละเอียด
โมกหลวง 7-34190-001-570
« เมื่อ: 22 มิถุนายน 2013, 10:49:35 am »
โมกหลวง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Holarrhena pubescens   Wall.ex G.Don   
ชื่อวงศ์ : APOCYNACEAE   
ชื่ออื่นๆ : โมกหลวง มูกหลวง ยางพุด
ลักษณะ :
ไม้ต้น สูงได้ถึง 15 เมตร ทุกส่วนมียางขาว ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง 4-8 ซม. ยาว 5-15 ซม. ดอก สีขาว กลิ่นหอม ออกเป็นช่อ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็ก ยาว 1.5-2 มม. มีขนทั้ง 2 ด้าน กลีบดอกเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ กว้าง 4-7 มม. ยาว 1-1.5 ซม. มีขนทั้งสองด้าน ผล แห้งแตก กว้าง 3-6 มม. ยาว 20-30 ซม. เมล็ดมีขน
     การกระจายพันธุ์ : พบตามป่าเต็งรัง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร ออกดอกเดือน ก.พ.-เม.ย. ผลแก่เดือน ก.ย.-พ.ย.       
 ประโยชน์ :
ชาวบ้านนิยมนำดอกไปถวายพระ ยาง ใช้รักษาแผลเน่าเปื่อย    ข้อมูลจาก : ไม้ต้นในสวน Tree in the Garden
http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?Botanic_ID=1738

 
โมกใหญ่

ชื่ออื่น :    โมกหลวง
ชื่อวิทยาศาสตร์ :    Holarrhena pubescens Wall.ex G.Don
ชื่อวงศ์ :    วงศ์โมก (APOCYNACEAE)

ช่วงที่ดอกหอม :    ตลอดวัน
ช่วงที่ดอกบาน :    มีนาคม - เมษายน

ลักษณะ :    ไม้ต้นขนาดเล็ก  สูง 5 - 10 เมตร
    มีเปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อน  ทุกส่วนมียางสีขาว
    ใบเดี่ยวออกตรงข้าม  รูปไข่  ปลายเรียวแหลม
    หรือเป็นติ่งแหลม  ผิวใบด้านล่างมีขนอ่อนนุ่ม
    ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งสีขาว  มีดอกย่อย
    จำนวนมาก  บานเกือบพร้อมกันทั้งช่อ
    กลีบดอกมี 5 กลีบ  เวียนเรียงขวา
 
การขยายพันธุ์ :   เพาะเมล็ด  ปลูกลงแปลงกลางแจ้ง
   ต้องการความชื้นน้อย
การใช้ประโยชน์ :    ปลูกเป็นไม้ประดับ  เปลือกต้นแก้บิดแก้เสมหะ
http://www.nrru.ac.th/web/plant_flower/body/37.htm

ต้นโมกหลวง หรือ โมกใหญ่ Holarrhena pubescens
(1/1)
Montela_Hoya:
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Holarrhena pubescens  Wall. ex G. Don
 
วงศ์ :   APOCYNACEAE
 
ชื่อ อื่น :  ซอทึ, พอแก, ส่าตึ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); พุด (กาญจนบุรี); พุทธรักษา (เพชรบุรี); มูกมันน้อย, มูกมันหลวง, มูกหลวง, โมกเขา, โมกทุ่ง, โมกหลวง (ภาคเหนือ); โมกใหญ่ (ภาคกลาง); ยางพูด (เลย); หนามเนื้อ (เงี้ยว-ภาคเหนือ)
 
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 5-10 เมตร ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม กว้าง 3.5-14 ซม. ยาว 7-30 ซม. ก้านใบยาว 0.4-1.2 ซม. แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ รูปรีหรือขอบขนาน โคนใบป้านหรือรูปลิ่ม ปลายเรียวแหลม หรือเป็นติ่งแหลม ขอบเรียบ ผิวใบด้านบนและด้านล่างเป็นมัน เกลี้ยง หรือมีขนสั้นนุ่ม ดอกช่อแบบช่อกระจุก ดอกย่อยมีก้าน ดอกย่อยที่ด้านข้างเท่ากัน  มีขนาดเล็กกว่าดอกย่อยที่ตรงกลางช่อ ช่อดอกยาว 4-14 ซม. ก้านช่อยาว 0.9-3.5 ซม. หรือไม่มีก้านช่อ ทุกส่วนเกลี้ยง หรือมีขนสั้นนุ่ม ดอกย่อยประกอบด้วย ก้านดอกย่อยสั้นมากหรือไม่มีก้าน ก้านดอกย่อย วงกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยก 5 แฉก ปลายของแต่ลุแฉกแหลม วงกลีบดอกเชื่อมกันเป็นรูปดอกเข็ม ปลายแยก 5 แฉก กว้างประมาณ 0.4-0.8 ซม. ยาวประมาณ 0.7-2.3 ซม. สีขาว รูปขอบขนาน ปลายมน เกสรเพศจำนวน 5 อัน แยกกัน เกสรเพศเมีย 1 อัน อยู่เหนือวงกลีบ ผลแตกแนวเดียว รูปแถบเรียวยาว กว้างประมาณ 0.5 ซม. ยาว 37-45 ซม. ก้านผลยาว 1.6-2.5 ซม. เมล็ดจำนวนมาก มีปีกบาง
ส่วนที่ใช้ : เปลือกต้น ใบ ผล เมล็ดใน กระพี้ แก่น ราก
 สรรพคุณ :
เปลือกต้น - แก้บิด แก้ไข้พิษ
ใบ - ขับไส้เดือนในท้อง
ผล - ขับโลหิต    เมล็ดใน - แก้ไข้       กระพี้ - ฟอกโลหิต
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 มิถุนายน 2013, 11:17:16 am โดย วนิดา ทาประจิตร »