ผู้เขียน หัวข้อ: โมกด่าง รหัส 7-34190-001-462  (อ่าน 1624 ครั้ง)

ออฟไลน์ อาริญา ไชยสา

  • มือใหม่
  • *
  • กระทู้: 8
    • ดูรายละเอียด
โมกด่าง รหัส 7-34190-001-462
« เมื่อ: 22 มิถุนายน 2013, 10:53:31 am »
โมกด่าง รหัส 7-34190-001-462
ชื่ออื่นๆ : ปิดจงวา (เขมร)  โมกบ้าน  หลักป่า
ชื่อสามัญ : -
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Wrightia religiosa Benth. "variegata"
วงศ์ : Apocynaceae
ถิ่นกำเนิด : ประเทศไทย
ลักษณะทั่วไป : นิยมปลูกเป็นไม้พุ่มเตี้ยขนาดเล็กสูงประมาณ 1.5 - 2 ม. เพื่อความสะดวกในการตัดแต่งทรงพุ่ม (หากปล่อยให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติจะแตกกิ่งก้านสาขามากไม่ค่อยเป็น ระเบียบ) การขยายพันธุ์ :
    การเสียบยอด โดยใช้โมกมันเป็นต้นตอ
    การตอน ใช้เวลา 1.5 - 2 เดือนจึงออกราก และมีความจำเป็นที่ต้องใช้ฮอร์โมนช่วยเร่งการออกราก
ข้อดีของพันธุ์ไม้ :
    ควบคุมการออกดอกได้ด้วยการควบคุมการให้น้ำและปุ๋ยที่เหมาะสม
    เป็นพันธุ์ไม้ที่มีใบด่างเหลืองสลับเขียวสวยงาม และมีดอกที่มีกลิ่นหอมเป็นผลพลอยได้
    สามารถตัดแต่งให้เป็นรูปทรงต่างๆ ที่สวยงามตามต้องการได้ดีชนิดหนึ่ง
    ใช้พื้นที่ในการปลูกน้อยมากเพียง 1 ตารางเมตร ก็สามารถปลูกพันธุ์ไม้ชนิดนี้ได้แล้ว
    เป็นพันธุ์ไม้ที่เหมาะกับพื้นที่ที่เป็นที่โล่งแจ้ง เช่น ตามสนามหญ้าต่างๆ
    มีอายุในการประดับได้นานหลายปีภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด
    ในกรณีที่ไม่มีพื้นที่ก็สามารถปลูกในกระถางได้ดีชนิดหนึ่ง
ข้อแนะนำ :
    โมกซ้อนด่างเป็นพันธุ์ไม้ที่นิยมขยายพันธุ์โดยการเสียบยอด โดยใช้โมกมันเป็นต้นตอ
    หากพบยอดที่แตกใหม่มีใบสีเขียวควรเด็ดทิ้งทั้งหมด หากปล่อยไว้ กิ่งก้านที่ใบสีเขียวจะเจริญเติบโตได้รวดเร็วกว่ากิ่งก้านที่ใบด่างที่เรา ต้องการ และทำให้ส่วนใบด่างค่อยๆ ตายได้หากปล่อยไว้นานๆ
    การตัดแต่งทรงพุ่มควรทำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง จะทำให้ทรงพุ่มแน่นสวยงาม
    การตัดแต่งบ่อยๆ จะทำให้ใบของโมกซ้อนด่างมีขนาดเล็กลง แต่มีจำนวนใบเพิ่มมากขึ้น หากท่านพบอาการดังกล่าว ไม่ต้องตกใจ เพราะว่าลักษณะดังกล่าวเป็นลักษณะที่ต้องการโชว์ทรงพุ่ม สามารควบคุมทรงพุ่มให้สวยงามได้ง่ายในภายหลัง
    รูปทรงที่นิยม ทรงกลมที่ปลายกิ่ง ทรงเหลี่ยม ใช้ประดับสวนและสนามหญ้าได้ดี
    พันธุ์ไม้ในตระกูลนี้ส่วนใหญ่จะชอบพื้นที่ที่ไม่มีน้ำท่วมขัง แต่ก็ยังต้องการน้ำในระดับกลางๆ ในฤดูแล้งควรรดน้ำสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง (รดน้ำพอชุ่ม)
    ภายหลังการดูแลรักษาที่ดีจะพบว่า มีกิ่งขนาดใหญ่ทยอยแตกมาเป็นระยะๆ ควรรีบตัดออกทันที เพราะบริเวณทรงพุ่มที่มีกิ่งขนาดใหญ่แตกขึ้นมานั้นใบจะร่วงได้ง่าย และเมื่อมีการตัดแต่งภายหลังจากการที่เราปล่อยให้มีกิ่งขนาดใหญ่ไว้นาน จะทำให้บริเวณนั้นโปร่งและดูไม่สวยงาม
    ในกรณีที่ต้องการจะเพิ่มเติมทรงพุ่มใหม่ ควรเหลือกิ่งให้น้อยที่สุดและดูแลให้อยู่ในรูปแบบเราต้องการตลอดเวลา จะทำให้ได้ทรงพุ่มใหม่เพิ่มขึ้นโดยไม่มีผลกระทบกับทรงพุ่มเดิม
    โมกด่างเป็นพันธุ์ไม้ที่มีราคาตั้งแต่ไม่ถึง 100 บาท ไปจนถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับขนาดของลำต้น และทรงพุ่ม (ยิ่งต้นใหญ่ ยิ่งทรงพุ่มสวยงาม ยิ่งมีราคาแพง) เลือกให้ถูกใจไว้ก่อน ราคาค่อยว่ากันทีหลังครับ
ข้อมูลอื่นๆ :
    ยาง ใช้แก้โรคบิดที่มีอาการเลือดออก ใช้แก้พิษงู และแมลงกัดต่อย
    ราก รักษาโรคเรื้อน
    มีความเชื่อว่า "โมก" จะทำให้เกิดความสุข บริสุทธิ์ สดใส คุ้มกันภัย ราศีพฤษภ (15 พ.ค.-14 มิ.ย.) ชาวพฤษภ เป็นผู้ที่มีความตั้งใจในการทำงานสูง มีความจริงใจ ใจกว้าง มีชีวิตที่ไม่โลดโผน
หมายเหตุ :
    โดยธรรมชาติโมกด่างมีระบบรากไม่ค่อยแข็งแรง ดังนั้นกิ่งที่ได้จากการตอนจึงมีการเจริญเติบโตได้ไม่ดีนัก
    โมกซ้อนด่างเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบอยู่กลางแจ้ง การปลูกโมกในที่มีแสงแดดไม่เพียงพอจะทำให้ต้นสูงชะลูด และทำให้เสียรูปทรง ความแน่นของใบจะน้อยทำให้ความสวยงามลดลง ข้อนี้สำคัญมากนะครับอย่าลืมพิจารณาก่อนปลูก
    โมกชนิดต่างๆ ยังไม่มีการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ที่แน่นอน ผู้รวบรวมจึงขอใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ของโมกไปก่อน หากท่านใดทราบรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อผู้รวบรวมที่ โทร. 087-166-5251 เพื่อจะได้เพิ่มเติมข้อมูลต่อไป ขอขอบพระคุณยิ่ง
เอกสารอ้างอิง :
1.   http://158.108.70.5/kusbotanic/plant2544/128_mokdang.html

2.   http://counsel.spu.ac.th/story/test_story/newstory.php?status=1&story=108.txt

3.   http://www.pharm.chula.ac.th/vichien/building80/mokeban.htm

4.   Uamporn Veesommai and Thaya Janjittikul.  PLANT MATERIALS IN THAILAND IN 2001. 640 p. (336)
5.   วุฒิ วุฒิธรรมเวช.  2540.  สารานุกรมสมุนไพรไทย. บริษัท โอเดียนสโตร์ จำกัด. พิมพ์ครั้งที่ 1. 620 หน้า (375)
รวบรวมโดย : นพพล เกตุประสาท  หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ. นครปฐม
http://clgc.rdi.ku.ac.th/index.php/rs/ornamental/339-wrightia
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 มิถุนายน 2013, 11:02:30 am โดย อาริญา ไชยสา »